Page 158 - วารสารวิชาการสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)
P. 158

ปีที่ 3 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม - ธันวาคม 2561)  157






               ในประเทศไม่ได้เกิดขึ้นจากการชุมนุมตามปกติวิสัยของประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพ ดังนั้น เมื่อใดก็ตาม

               ที่ประเทศไทยไม่เป็นประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนอาจถูกลิดรอนลงไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะสิทธิในการเลือกตั้งท้องถิ่น
               สิทธิชุมชน เป็นต้น

                        ประเด็นการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน องค์กรที่มีบทบาทสำาคัญที่สุด คือ ศาล และขอให้ข้อสังเกต
               จากแนวคำาวินิจฉัยของศาลที่ผ่านมา ที่กล่าวว่า “ผู้ยึดอำานาจเป็นรัฏฐาธิปัตย์” เป็นหลักการที่ควรยึดถือเป็น

               แนวทางและจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยและประชาชนชาวไทยหรือไม่นั้น ในคำาพิพากษาฉบับแรกที่เกิดขึ้น
               ในปี 2496 ไม่ได้กล่าวว่า เมื่อเป็นรัฏฐาธิปัตย์แล้วจะสามารถกระทำาการได้ทุกประการ เช่นเดียวกับปัจจุบัน

               ก็ไม่สามารถออกกฎหมายได้ทุกกฎหมาย เนื่องจากมีหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรมมากำากับ ซึ่งในประเด็นดังกล่าว
               อาจารย์ กีรติ กาญจนรินทร์ ได้กล่าวไว้ในคำาพิพากษาว่า การยึดอำานาจเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เนื่องจากสังคมโลก

               ไม่ยอมรับ หากยอมรับผู้ที่ยึดอำานาจว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ก็จะเกิดวงจรอุบาทว์ยึดอำานาจกันเรื่อยไป ดังนั้น หากศาล
               ตัดสินตามแนวทางของ อาจารย์ กีรติฯ มีความเชื่อว่า วงจรอุบาทว์จากการยึดอำานาจจะไม่เกิดขึ้น และเรื่องการละเมิด

               สิทธิมนุษยชนก็จะลดน้อยลง ส่วนอีกแนวทางหนึ่ง หากมีการออกกฎหมายที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
               และขัดต่อหลักเหตุผลอย่างรุนแรงต้องไม่มีการบังคับให้ จึงเป็นความหวังหนึ่งที่สำาคัญในการที่จะคุ้มครอง

               สิทธิมนุษยชนของประเทศไทย
                        การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่กระทบต่อสิทธิมนุษยชน ปัญหาต่าง ๆ จะไม่เกิดขึ้น

               หากกลไกที่เกี่ยวข้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด เที่ยงธรรมและไม่ใช้สองมาตรฐาน เพราะกฎหมายที่มีอยู่สามารถ
               จัดการกับปัญหาได้ทั้งหมดและสามารถลดการกระทำาผิดซำ้า นอกจากนี้ กสม. ยังมีอำานาจ ตาม พ.ร.ป. มาตรา 26

               กำาหนดเกี่ยวกับการเสนอแนะแนวทางหรือมาตรการในการส่งเสริมหรือคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา
               คณะรัฐมนตรี และต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมตลอดทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎระเบียบ หรือคำาสั่งใด ๆ

               เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชน ดังนั้น หากมีการเสนอแก้ไขหรือยกเลิกมาตราสุดท้ายของรัฐธรรมนูญฯ
               2560 ที่กำาหนดว่า “บรรดา ประกาศ คำาสั่ง และการกระทำาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือของหัวหน้า

               คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้ถือว่า ประกาศ คำาสั่ง การกระทำาตลอดจนการปฏิบัติตามเหล่านั้นชอบด้วย
               รัฐธรรมนูญและชอบด้วยกฎหมายนี้ และมีผลใช้บังคับชอบด้วยรัฐธรรมนูญนี้ ไม่ว่าการกระทำานั้นจะมีผลบังคับ

               ใช้ในทางรัฐธรรมนูญ นิติบัญญัติ บริหาร หรือตุลาการ” ขอตั้งข้อสังเกตว่า หากบุคคลเหล่านี้ไปกระทำาการ
               ที่เป็นการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชน อาจเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย

               ซึ่งแตกต่างจากกฎหมายที่ตราขึ้นในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยสมัยนั้นพระมหากษัตริย์ทรงมีพระราชอำานาจ
               ในการตรากฎหมายทั้งปวง กฎหมายที่ออกในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์บางฉบับได้บังคับใช้เรื่อยมาจนกระทั่ง

               หลังมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่กฎหมายเหล่านั้นสามารถถูกโต้แย้งได้ว่า ขัดต่อรัฐธรรมนูญ และถ้าศาล
               รัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถใช้บังคับได้
   153   154   155   156   157   158   159   160   161   162   163