Page 182 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับสมบูรณ์ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 182

165


                              การจัดการร่วม (Co-management) เป็นแนวคิดของการจัดการแบบมีส่วนร่วมประเภทหนึ่ง

                       ซึ่งเชื่อว่าเป็นเครื่องมือที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการใช้ทรัพยากรน้้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเป็น

                       “การด้าเนินการร่วมกันระหว่างรัฐและผู้ใช้ทรัพยากรที่ไม่มีรูปแบบก้าหนดที่ตายตัว แต่เป็นแนวทาง
                       ในการจัดการร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่หรือบทบาทการท้างานแตกต่างกันไปตามความเหมาะสม”

                       แนวคิดดังกล่าวอาจเป็นแนวทางในการจัดการทรัพยากรน้้าได้โดย (1) การบริหารจัดการโดยชุมชนเอง

                       ชุมชนจัดตั้งกลุ่มส้าหรับการดูแลหรือจัดสรรทรัพยากรน้้า ทรัพยากรดิน หรือทรัพยากรป่าไม้ เพื่อการ
                       ใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์อย่างชัดเจน ผ่านการออกกฎ ระเบียบ หรือประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

                       เพื่อให้คนในชุมชนถือปฏิบัติร่วมกัน โดยหากผู้ใดฝ่าฝืนอาจมีบทลงโทษที่ชัดเจน (2) การบริหาร

                       จัดการโดยองค์กรท้องถิ่น หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนต้าบล (อบต.)
                       อาจเข้ามามีบทบาทเพื่อท้าหน้าที่ช่วยเหลือ สนับสนุน (เช่น การของบประมาณจากภาครัฐ)

                       ให้ค้าปรึกษาหารือกับชุมชนท้องถิ่น รวมถึงช่วยประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐหรือเอกชนเพื่อการ
                       จัดสรรทรัพยากรน้้า และ (3) การบริหารจัดการโดยส่วนราชการกลาง โดยอาจเข้ามามีบทบาทส้าคัญ

                       และการอ้านวยความสะดวกต่อการจัดสรรทรัพยากรต่าง ๆ ในหลากหลายวิธี เช่น การจัดสรร

                       งบประมาณสนับสนุน การแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อให้ความช่วยเหลือ ส่งเสริม หรือสนับสนุนการ
                       ด้าเนินงานอนุรักษ์ทรัพยากร เป็นต้น

                              นอกจากนี้ ในปัจจุบันภาคประชาสังคมได้เข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในการผลักดันและ

                       สนับสนุนให้กับชุมชนในการบริหารจัดการน้้าและการจัดสรรทรัพยากรน้้าได้มากขึ้น ทั้งยังได้พบกลุ่ม
                       ต่าง ๆ ด้าเนินงานในด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ขณะที่ภาคเอกชนเองก็ได้ตระหนักถึงประเด็น

                       ปัญหาสิ่งแวดล้อมและได้เริ่มเข้ามามีส่วนร่วมกับชุมชนในระดับต่าง ๆ ดังปรากฏในพื้นที่ลุ่มน้้าชีคือ

                       การให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือนร้อนของชาวบ้านยามที่ประสบปัญหาน้้าท่วมหรือน้้าแล้ง
                       ส่วนในลุ่มน้้าน่านได้ปรากฏว่าภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมโดยการริเริ่มจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้

                       ในพื้นที่ต้นก้าเนิดแม่น้้าน่าน ดังนั้น ด้วยความผูกพันและการใช้ประโยชน์ที่มีต่อลุ่มน้้า ชุมชนควร

                       เป็นฐานและมีบทบาทหลักที่จะพิจารณาร่วมกันวางแผนเตรียมการรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ
                       ที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งในบริบทของการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเองหรือการเปลี่ยนแปลงที่จะ

                       เกิดขึ้นจากทรัพยากรน้้าต่อไป

                              อย่างไรก็ตาม ประเด็นปัญหาเรื่องการมีส่วนร่วมของการบริหารจัดการทรัพยากรน้้าของไทย
                       คือยังมีการยึดติดเรื่องของหน่วยงานรัฐและเรื่องของอ้านาจพื้นที่ในการบริหารจัดการ โดยเฉพาะการ

                       ขาดเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า

                       นอกจากนี้ ประเทศไทยมีลักษณะเฉพาะของการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้้าคือ อ้านาจในการ
                       บริหารจัดการน้้ายังเป็นของรัฐโดยส่วนใหญ่ กระบวนการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้้าโดยเริ่ม
   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187