Page 185 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับสมบูรณ์ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 185

168


                              จากเงื่อนไขทั้งสามประการ น้ามาสู่แนวทางการจัดท้าข้อเสนอเชิงนโยบายซึ่งได้ออกแบบการ

                       น้าเสนอในรูปประเด็นยุทธศาสตร์และตัวอย่างแบบแผนปฏิบัติการที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น โดยประเด็น

                       ข้อเสนอนโยบายการส่งเสริมสิทธิแก่ชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้้าตามแนวทางสันติวิธี ได้แก่
                              1. การตอบสนองต่อสิทธิขั นพื นฐานของชุมชนในการบริหารจัดการน  าเป็นความส าคัญ

                       ล าดับแรก เป็นต้นว่าการแก้ปัญหาให้ชุมชนมีน้้าเพื่อการอุปโภค-บริโภคที่เพียงพอ โดยเฉพาะ “ฝายมีชีวิต”

                       ที่เหมาะสมกับบริบทในพื้นที่ต้นน้้า อันจะเป็นการสร้างพื้นที่ให้ระบบนิเวศฟื้นตัวได้ง่าย ซึ่งจ้าเป็นต้อง
                       อาศัยงบประมาณสนับสนุนจากรัฐ แนวทางนี้อาจจะเป็นการแก้ปัญหาความขัดแย้งเชิงสันติวิธีที่ดีที่สุด

                       และเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก่อนที่จะก่อเกิดปัญหารุนแรงมากขึ้น ทั้งยังจะเป็นการปฏิบัติเพื่อ

                       ป้องกันความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต หรือการบรรเทาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นได้
                              2. การพัฒนากลไกสนับสนุนสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการน  าตามแนวทางสันติวิธีเป็น

                       สิ่งจ าเป็น เพื่อลดช่องว่างสิทธิของชุมชนจากแนวคิดและกรอบกฎหมายสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม
                       เครื่องมือและกลไกที่จ้าเป็นต่อประเด็นดังกล่าวตามสภาพปัญหาที่พบในพื้นที่และเวทีรับฟังความ

                       คิดเห็น ได้แก่ การผลักดันแนวทางตามกรอบกฎหมายที่มีอยู่ให้เกิดขึ้นได้จริงในพื้นที่น้าร่องเป็น

                       ต้นแบบของเป้าหมายระยะสั้นเพื่อพัฒนาในระยะยาวที่ครอบคลุมชุมชนลุ่มน้้าของประเทศไทย
                       การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแข็งขันด้วยวิธีการบริหารจัดการน้้าร่วมกัน

                       (Co-management) ที่เหมาะสมกับบริบทแต่ละพื้นที่ และจ้าเป็นต้องขยายโอกาสให้หน่วยงานอื่น ๆ

                       เช่นภาคประชาสังคมได้เข้ามามีส่วนร่วมในการด้าเนินการ การบูรณาการองค์ความรู้ท้องถิ่นกับความรู้
                       สมัยใหม่ที่เป็นวิทยาศาสตร์ และการบูรณาการการบริหารจัดการน้้าข้ามศาสตร์ต่าง ๆ (วิทยาศาสตร์

                       สังคม วัฒนธรรม) ที่ส้าคัญต้องค้านึงถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนและสันติวิธีด้วย รวมถึงการจัดการ

                       ความขัดแย้งเบื้องต้นที่เกิดขึ้นในพื้นที่
                              โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลไกแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในทรัพยากรน้้าของกรมชลประทาน คือ

                       คณะกรรมการจัดการชลประทาน (Joint Management Committee for Irrigation-JMC) ซึ่งเป็น

                       รูปแบบการบริหารจัดการน้้าแบบมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น กรมชลประทาน
                       จึงจัดท้าโครงการเพิ่มประสิทธิภาพในการมีส่วนร่วมเพื่อการจัดตั้ง JMC โดยมีกองส่งเสริมการมีส่วน

                       ร่วมของประชาชนรับผิดชอบด้าเนินการในการแก้ไขปัญหาเรื่องการจัดการน้้าตั้งแต่ต้นทาง โดยกลไก

                       คณะกรรมการ JMC เป็นการพัฒนากระบวนการมีส่วนร่วมที่ขยายผลจากโครงการส่งน้้าและบ้ารุงรักษา
                       กระเสียว จ.สุพรรณบุรี และโครงการส่งน้้าและบ้ารุงรักษาแม่ยม จ.แพร่ ซึ่งกรมชลประทานได้รับ

                       รางวัลคุณภาพบริการประชาชนจากองค์การสหประชาชาติ ที่จะเป็นแนวทางส้าหรับการจัดตั้ง JMC

                       ในพื้นที่ที่มีบริบทแตกต่างกัน และสนับสนุนยุทธศาสตร์ของกรมชลประทานในการสร้างเครือข่ายและ
   180   181   182   183   184   185   186   187   188   189   190