Page 54 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 54

ในเรือนจำาที่จังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งมีข้อมูลรายงานว่าส่วนหนึ่งเกิดจากผู้ต้องขังบางส่วนได้รับข่าวลือว่าเกิดการระบาดของ
            โรคโควิด 19 ในเรือนจำา กรมราชทัณฑ์ได้มีการแก้ไขปัญหาโดยจัดให้มีการเยี่ยมญาติผ่านแอปพลิเคชัน “Line Visit”

            1 ครั้งต่อเดือน รวมทั้งนำาผู้ต้องขังที่มีอาการป่วย เจ็บคอ ไปพบแพทย์ ยกเลิกการทำางานของผู้ต้องขังนอกเรือนจำา
            มีการลดการแออัดในเรือนจำา เช่น การย้ายผู้ต้องขังไปเรือนจำาอื่น พักการลงโทษ และลดวันต้องโทษผู้ต้องขังที่ผ่านเกณฑ์
            เรือนจำาบางแห่ง เช่น เรือนจำาจังหวัดระนอง เจ้าหน้าที่ได้ตั้งกลุ่มไลน์และให้ข้อมูลแก่ญาติผู้ต้องขังอย่างต่อเนื่อง 37

                           2.1.3.6  ผลกระทบต่อกลุ่มผู้ไร้รัฐ ไร้สัญชาติและกลุ่มชาติพันธุ์


                                  มาตรการของรัฐ เช่น การปิดการเข้าและออกจังหวัดและนักท่องเที่ยวที่ลดลง ส่งผลให้

            ชาวเลในจังหวัดภูเก็ตกว่า 1,300 คนประสบปัญหาในการประกอบอาชีพประมงและรับจ้างงานท่องเที่ยว ทำาให้
            ไม่มีเงินซื้ออาหาร ประกอบกับกลุ่มชาติพันธุ์ประสบปัญหาการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารเนื่องจากไม่มีอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
            และอาศัยในพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งมีปัญหาการเข้าถึงมาตรการเยียวยาที่เป็นเงินชดเชยรายได้ตามโครงการเราไม่ทิ้งกัน
            ของรัฐเนื่องจากไม่มีบัตรประจำาตัวประชาชน ไม่รู้ภาษาไทย เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี/อินเทอร์เน็ต และไม่มีสมุดบัญชีธนาคาร


                           2.1.3.7  ผลกระทบต่อเด็กและการศึกษา


                                  ประเทศไทยมีเด็กเร่ร่อนประมาณ 6,000-10,000 คน เด็กเหล่านี้มีโอกาสเสี่ยงต่อ
            การติดเชื้อโควิด 19 หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องได้มีมาตรการงดเยี่ยมเด็กในสถานพินิจฯ และสถานสงเคราะห์ เพื่อป้องกัน
            การติดเชื้อโควิด 19 ทั้งนี้ ยูนิเซฟมีการสำารวจผลกระทบของโรคโควิด 19 ต่อเด็กในประเทศไทยพบว่า 8 ใน
            10 คน มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาการเงินของครอบครัว 7 ใน 10 คน กล่าวว่า วิกฤตโรคโควิด 19 ส่งผล

            กระทบต่อสภาพจิตใจ การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทำาให้หน่วยงานของรัฐงดการจัดการเรียนการสอน 2 ช่วง ได้แก่
            ช่วงเดือนมีนาคม 2563 (ปลายภาคเรียนที่ 2 ของปีการศึกษา 2562) เป็นต้นไป จนกระทั่งต่อมามีการประกาศเลื่อน
            วันเปิดภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2563 จากเดือนพฤษภาคมเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 และในช่วงปลาย
            เดือนธันวาคม 2563 ซึ่งมีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ระลอกใหม่ บางภาคส่วนมีความกังวลว่าการปิดการเรียน

            การสอนในสถานศึกษาเป็นเวลานานจะกระทบต่อการเรียนรู้ของเด็ก ส่วนบุคลากรทางการแพทย์แสดงความห่วงใย
            ต่อภาวะทุพโภชนาการของเด็กเนื่องจากการปิดเทอมเป็นระยะเวลานานทำาให้เด็กบางกลุ่มไม่ได้ดื่มนมที่เป็นอาหารเสริม
            ที่โรงเรียน และเมื่อถึงกำาหนดเปิดภาคเรียน สถานศึกษาอาจยังไม่สามารถจัดการศึกษาในห้องเรียนได้อย่างเต็มที่
            เนื่องจากยังต้องใช้มาตรการรักษาระยะห่าง จึงต้องมีการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ร่วมด้วย ซึ่งมีนักวิชาการ

            บางส่วนแสดงความกังวลเกี่ยวกับความพร้อมของครอบครัวในการดูแลการเรียนของเด็กที่บ้าน  ตลอดจน
            ความกังวลเกี่ยวกับอุปกรณ์และการเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกล อาจมีนักเรียนบางส่วนที่
            เข้าไม่ถึงการเรียนระบบออนไลน์

                                  หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของรัฐได้ออกมาตรการช่วยเหลือเด็กในสถานการณ์แพร่ระบาด
            ของโรคโควิด 19 ได้แก่ 1) สนับสนุนนมผงสำาหรับเด็กเล็กให้แก่แม่ที่ตกงาน ไม่มีรายได้ โดยกองทุนคุ้มครองเด็ก

            2) เตรียมสถานที่รองรับเด็กที่ไม่มีผู้ดูแลเนื่องจากผู้ปกครองติดเชื้อโควิด 3) มีศูนย์ให้คำาแนะนำาปรึกษาปัญหา
            ด้านเด็ก เยาวชนและครอบครัวในทุกจังหวัด และจัดตั้งศูนย์ประสานงานด้านเด็กและสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้







                     37
                       จาก ไวรัสโคโรนา : อธิบดีกรมราชทัณฑ์มั่นใจเรือนจ�าทั่วประเทศจะปลอดภัยจากโควิด-19, โดย บีบีซี ไทย, 2563.
             สืบค้นจาก https://www.bbc.com/thai/thailand-52094371



        52    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
              National Human Rights Commission of Thailand
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59