Page 49 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 49
ตามมาตรา 33 มาขึ้นทะเบียนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน จำานวน 487,980 คน จากผู้ประกันตน
ทั้งหมด 11,093,914 คน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 มีผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพิ่มขึ้นถึง
315,568 คน คิดเป็นร้อยละ 183.03 สาเหตุการว่างงานมากที่สุด คือ การเลิกจ้าง ร้อยละ 49.62 การลาออกจากงาน
18
ร้อยละ 48.06 และสิ้นสุดสัญญาจ้าง ร้อยละ 2.33 จากผลกระทบจากสถานการณ์โรคโควิด 19 ดังกล่าว รัฐได้จัดให้มี
มาตรการเยียวยาแรงงานในระบบ เช่น การลดอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมสำาหรับลูกจ้างที่เป็นผู้ประกันตน
19
ตามมาตรา 33 และมาตรา 39 เป็นเวลา 9 เดือน (มีนาคม - พฤศจิกายน 2563) การขยายระยะเวลานำาส่งเงินสมทบ
ของลูกจ้างดังกล่าวเพื่อบรรเทาภาระของแรงงาน การเพิ่มสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานในสถานการณ์แพร่ระบาดของ
โรคโควิด 19 ที่รวมถึงการได้รับเงินทดแทนจากการถูกกักตัว 14 วันโดยไม่ได้รับค่าจ้างระหว่างนั้น และกรณีไม่ได้ทำางาน
เนื่องจากนายจ้างหยุดประกอบกิจการเองหรือหยุดประกอบกิจการตามคำาสั่งของทางราชการ และการเพิ่มเงินทดแทน
การขาดรายได้สำาหรับลูกจ้างที่ลาออกจากงานหรือถูกเลิกจ้าง เป็นต้น 20
ในส่วนของ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนในประเด็นสิทธิแรงงาน กรณีกล่าวอ้างว่าลูกจ้าง
หญิงตั้งครรภ์ถูกเลิกจ้างในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยไม่เป็นธรรมและกระทบ
ต่อเด็กแรกเกิด โดยลูกจ้างบางคนถูกเลิกจ้างโดยไม่ได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย บางรายถูกบังคับให้เขียนใบลาออก
โดยบริษัทอ้างว่าไม่สามารถดำาเนินธุรกิจได้และมีความจำาเป็นต้องลดอัตรากำาลังการผลิตส่งผลให้ต้องเลิกจ้าง ลูกจ้าง
บางคนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและเป็นเสาหลักของครอบครัว เมื่อถูกเลิกจ้างทำาให้ต้องตกอยู่ในสภาวะตึงเครียดเป็นอย่างมาก
เช่น ไม่มีเงินไปตรวจครรภ์ มีภาระต้องเลี้ยงดูบุตรคนอื่น ๆ และมารดาที่แก่ชรา รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายประจำาวันที่
ซึ่งจำาเป็น เป็นต้น ประกอบกับเมื่อถูกเลิกจ้างแล้ว ต้องประสบกับความยากลำาบากในการหางานใหม่เนื่องจากการตั้งครรภ์
ซึ่ง กสม. ได้ดำาเนินการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนบางรายและรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวไว้ตรวจสอบตามหน้าที่
21
และอำานาจต่อไป การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในสถานการณ์เฉพาะ
แรงงานนอกระบบโดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ช่างตัดผม นวดแผนไทย
มัคคุเทศก์ ต้องปิดกิจการชั่วคราวเนื่องจากมาตรการของรัฐในการป้องกันการแพร่ระบาดและความกลัวของประชาชน
ต่อการติดเชื้อโควิด 19 จึงไม่มีผู้มาใช้บริการหรือใช้บริการลดน้อยลง ทำาให้ขาดรายได้ นอกจากนี้ กลุ่มแรงงานนอกระบบ
มักไม่ได้เป็นผู้ประกันตนตามกฎหมายประกันสังคม ทำาให้ไม่มีหลักประกันทางสังคมในภาวะดังกล่าว ในการช่วยเหลือ
แรงงานกลุ่มนี้ รัฐได้จัดให้มีการลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยาการไม่มีงานทำาหรือต้องหยุดประกอบกิจการเป็นเงินเดือนละ
5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยเหลือด้านค่าครองชีพ นอกจากนี้ ยังมีการให้ความช่วยเหลือในรูปแบบอื่น ๆ
เช่น การจัดตั้งศูนย์ฝึกอาชีพ การพักชำาระหนี้ โครงการเงินกู้ฉุกเฉินดอกเบี้ยตำ่า เป็นต้น
บทที่ 2
18
จาก หนังสือกรมการจัดหางาน ที่ รง 0308/29061 ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2563 เรื่อง ขอทราบข้อมูลเพื่อประกอบ
การจัดท�ารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย พ.ศ. 2563.
19
ผู้ประกันตนมาตรา 33 หมายถึง ลูกจ้างที่ทำางานในสถานประกอบการ ส่วนผู้ประกันตนมาตรา 39 หมายถึง ลูกจ้าง
ที่เคยเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 มาก่อน ต่อมาความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงเนื่องจากสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง แต่ยังประสงค์
เป็นผู้ประกันตนต่อไป
20
จาก COVID-19 ระบาด ท�างานไม่ได้ แต่ยังได้รับเงินชดเชย, โดย วารสารประกันสังคม ฉบับเดือนมกราคม-
มีนาคม 2563 (หน้า 6-7), 2563. สืบค้นจาก https://www.sso.go.th/wpr/assets/upload/files_storage/sso_th/ 65631a68db-
73bead55cf380c6da3b7f3.pdf
21
คำาร้องที่ 35/2563 ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2563 ของสำานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 47

