Page 37 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 37

5 ธันวาคม 2542 เป็นกติกาที่กำาหนดหน้าที่ของรัฐภาคีในการรับรองและประกันสิทธิของบุคคลในด้านต่าง ๆ ได้แก่
               สิทธิในการทำางานและมีเงื่อนไขการทำางานที่เหมาะสมเป็นธรรม สิทธิที่จะก่อตั้งสหภาพแรงงานและสิทธิที่จะหยุดงาน

               สิทธิที่จะได้รับสวัสดิการและการประกันด้านสังคม การคุ้มครองและช่วยเหลือครอบครัวสิทธิที่จะมีมาตรฐานชีวิตที่ดี
               พอเพียง สิทธิที่จะมีสุขภาวะด้านกายและใจที่ดีที่สุดที่เป็นไปได้ สิทธิในการศึกษา สิทธิในวัฒนธรรม และประโยชน์
               จากความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ทั้งนี้ รัฐภาคีมีพันธกรณีที่จะดำาเนินมาตรการต่าง ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อทำาให้
               สิทธิเป็นจริงอย่างเต็มที่ตามที่ทรัพยากรมีอยู่ในขณะนั้นและทำาให้มีความคืบหน้าในอนาคตไปตามลำาดับ ตามระดับการ

               พัฒนาของประเทศ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุต่าง ๆ ในทำานองเดียวกันกับที่กำาหนดในกติกา ICCPR

                      3. อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ ค.ศ. 1966 (Convention on the
               Elimination of All Forms of Racial Discrimination: CERD) มีผลใช้บังคับกับประเทศไทยเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์
               2546 เป็นอนุสัญญาที่มีเจตนารมณ์ในการคุ้มครองบุคคลหรือกลุ่มบุคคลทางเชื้อชาติจากการถูกเลือกปฏิบัติ เพื่อให้
               ได้รับสิทธิต่าง ๆ โดยเท่าเทียม ทั้งสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองและสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

               แต่อนุสัญญาฯ ไม่มีผลใช้บังคับกับการปฏิบัติที่แตกต่างระหว่างบุคคลที่เป็นพลเมืองและไม่ใช่พลเมือง รัฐภาคีอนุสัญญาฯ
               มีพันธกรณีในการกำาหนดนโยบายและดำาเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ เช่น
               การห้ามการโฆษณาชวนเชื่อหรือสร้างความเกลียดชังทางเชื้อชาติ การประกันสิทธิที่เท่าเทียมกันของบุคคลภายใต้
               กฎหมาย การเยียวยาบุคคลเมื่อถูกละเมิดสิทธิ การให้ความสำาคัญต่อมาตรการด้านการศึกษา วัฒนธรรม เพื่อขจัดการ

               เลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ

                      4. อนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ ค.ศ. 1979 (Convention on the
               Elimination of All Forms of Discrimination Against Women: CEDAW) มีผลใช้บังคับกับประเทศไทย
               เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2528 และพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาฯ เกี่ยวกับกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน ซึ่งประเทศไทย
               ได้ให้สัตยาบันเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2543 เป็นอนุสัญญาที่มีเจตนารมณ์ในการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างหญิง

               และชายในการรับสิทธิต่าง ๆ โดยรัฐภาคีมีพันธกรณีในการดำาเนินมาตรการต่าง ๆ เพื่อห้ามการเลือกปฏิบัติต่อสตรี
               ไม่ว่าโดยบุคคลหรือองค์กรใด ๆ รวมถึงการปรับปรุงแก้ไขกฎหมาย แนวปฏิบัติ และทัศนคติที่ก่อให้เกิดการเลือกปฏิบัติ
               ต่อสตรี การขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในการมีส่วนร่วมทางการเมือง เช่น สิทธิในการเลือกตั้ง และการสนับสนุน
               ให้ดำารงตำาแหน่งที่สำาคัญ การศึกษา การจ้างงาน การเข้าถึงบริการสุขภาพ ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความเป็นอยู่

               ทางเศรษฐกิจและสังคมของสตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีในชนบทที่มีบทบาทสำาคัญในการดูแลเศรษฐกิจของครอบครัว
               การคุ้มครองสตรีจากการถูกกระทำารุนแรง การลักลอบค้าและการแสวงประโยชน์ทางเพศจากสตรี

                      5. อนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน และการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม
               หรือที่ยำ่ายีศักดิ์ศรี ค.ศ. 1984 (Convention Against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading
               Treatment or Punishment: CAT) มีผลใช้บังคับกับประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เป็นอนุสัญญา      บทน�ำ

               ที่มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองบุคคลที่อยู่ภายใต้การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่รัฐจากการถูกกระทำาทรมาน โดยรัฐภาคี
               ต้องกำาหนดให้การกระทำาดังกล่าวเป็นความผิดตามกฎหมายและมีโทษที่เหมาะสมกับความรุนแรงของการกระทำา
               ความผิดดังกล่าว มีการสอบสวนที่เป็นกลางเมื่อมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระทำาทรมาน และมีมาตรการป้องกันปัญหา  บทที่ 1
               โดยการให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย

                      6. อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ค.ศ. 1989 (Convention on the Rights of the Child: CRC) มีผลใช้บังคับ

               กับประเทศไทย เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2535 และพิธีสารเลือกรับของอนุสัญญาฯ จำานวน 3 ฉบับ ได้แก่ พิธีสารเลือกรับ
               ว่าด้วยการขายเด็ก โสเภณีเด็กและสื่อลามกที่เกี่ยวกับเด็ก ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2549





                                                                                          รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                     ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563  35
   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42