Page 242 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 242

ในปี 2563 กสม. ได้ตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกรณีมีการกล่าวอ้างว่าหน่วยงานของรัฐไม่อนุญาต
                                                                  594
            ให้รถเข้าไปรับส่งนักเรียนจากศูนย์อพยพผู้หนีภัยการสู้รบบ้านถำ้าหิน  โดยมีการห้ามมิให้เด็กซึ่งเป็นผู้หนีภัยการสู้รบ
            ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถำ้าหินเดินทางหรือโดยสารยานพาหนะออกนอกพื้นที่พักพิงชั่วคราวเพื่อไปรับการศึกษา
            ในโรงเรียนของรัฐบาลไทย จากการตรวจสอบพบว่าการนำาผู้หนีภัยการสู้รบออกนอกพื้นที่ไปรับการศึกษาดังกล่าวนั้น
            ไม่เป็นไปตามมติคณะกรรมการควบคุมผู้หนีภัยการสู้รบจากสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ครั้งที่ 2/2548
            เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2548 เนื่องจากกระทรวงมหาดไทยได้มีการจัดการศึกษาในพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านถำ้าหินแล้ว

            ผู้หนีภัยการสู้รบจึงต้องอาศัยอยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราวเท่านั้น ไม่อนุญาตให้เดินทางออกนอกพื้นที่เพื่อไปรับการศึกษา
            อบรมนอกบริเวณ ดังนั้น การที่กระทรวงมหาดไทยห้ามมิให้เด็กผู้หนีภัยเดินทางโดยสารยานพาหนะออกนอกพื้นที่
            ไปรับการศึกษาในโรงเรียนรัฐบาลเป็นการดำาเนินการตามกำาหนดวิธีการและเงื่อนไข และมีการคุ้มครองสิทธิของเด็กที่จะได้
            รับการศึกษาตามสมควรแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม กสม. ได้มีข้อเสนอแนะต่อคณะรัฐมนตรีในเรื่องดังกล่าว โดยเสนอว่าผู้หนีภัย

            การสู้รบจากเมียนมาที่เป็นเด็กควรได้สิทธิในการศึกษาเพื่อที่จะนำามาพัฒนาศักยภาพของเด็กและเปิดโอกาส
            ในการเข้าถึงการทำางานที่อาจเป็นปัจจัยหนึ่งในการตัดสินใจเดินทางกลับมาตุภูมิด้วยเหตุผลที่ว่าราชอาณาจักรไทย
            ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญา CRC ซึ่งรับรองว่าเด็กมีสิทธิที่จะได้รับการดูแลและการช่วยเหลือเป็นพิเศษ โดยรัฐภาคี
            จะยอมรับสิทธิของเด็กที่จะได้รับการศึกษาบนพื้นฐานของโอกาสที่เท่าเทียมกัน นอกจากนี้ ยังได้เสนอว่าให้มีการจัดการ

            ศึกษาตั้งแต่เด็กก่อนวัยเรียนจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้นที่มีอยู่แล้วในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ที่มีมาตรฐาน
            ที่เหมาะสมตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และพระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ พ.ศ. 2545 และได้
            ให้การรับรองหลักสูตรหรือวิทยฐานะจากราชอาณาจักรไทย รวมทั้งการแก้ปัญหาเรื่องการขาดแคลนครูผู้สอนในการ
            จัดการศึกษาภายในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ ด้วย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้จัดประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา

            ข้อเสนอแนะดังกล่าว และได้มีความเห็นว่าการจัดการศึกษาในพื้นที่พักพิงชั่วคราวฯ มีการจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับ
            ก่อนวัยเรียน ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาและการฝึกอาชีพ ซึ่งเป็นการให้โอกาสทางการศึกษาแก่ผู้หนีภัย
            การสู้รบฯ ที่เป็นเด็ก โดยอัตราผู้สอนกับนักเรียนเป็นไปตามมาตรฐานของไทย สำาหรับหลักสูตรการจัดการศึกษาในพื้นที่
            พักพิงชั่วคราวฯ เป็นไปตามหลักสูตรการศึกษาของเมียนมาเพื่อให้ผู้ที่ได้รับการศึกษาสามารถเตรียมตัวเดินทางกลับไป

            ตั้งถิ่นฐานยังภูมิลำาเนาเดิมได้ 595


            การประเมินสถานการณ์


                    พัฒนาการหรือความก้าวหน้า ในปี 2563 กระทรวงมหาดไทยได้พยายามแก้ไขปัญหาในการพิจารณาให้
            สถานะ/สัญชาติแก่บุคคลให้มีความรวดเร็วและไม่เป็นภาระแก่ผู้ยื่นขอสถานะ/สัญชาติเกินสมควร เช่น การกำาหนด
            แนวทางปฏิบัติในการพิจารณาให้สัญชาติไทยแก่ผู้สูงอายุไร้สัญชาติและปรับปรุงแนวทางประกอบการใช้ดุลพินิจ
            ในการพิจารณาคุณสมบัติของคนต่างด้าวที่ยื่นคำาขอแปลงสัญชาติเป็นไทยตามมาตรา 10 แห่ง พระราชบัญญัติสัญชาติ
            พ.ศ. 2508 และมีผลการดำาเนินงานที่เป็นรูปธรรม โดยในปี 2563 ได้มีการอนุมัติให้สัญชาติไทยแก่ชนกลุ่มน้อยและ

            คนไทยตกหล่น และอนุมัติให้สถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยถูกกฎหมาย รวมทั้งสิ้น 14,303 ราย เกินกว่าค่าเป้าหมาย







                    594
                       จาก รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ 61/2563 ลงวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563, โดย คณะกรรมการ
            สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ.
                    595
                       จาก หนังสือกระทรวงมหาดไทยที่ มท 0204.2/12334 ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2563 เรื่อง สรุปผลการประชุมพิจารณา
            ข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน.



       240    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
              National Human Rights Commission of Thailand
   237   238   239   240   241   242   243   244   245   246   247