Page 244 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 244
ซึ่งถูกกักในระยะสั้น หรือผู้ต้องกักที่ไม่ประสงค์จะเข้ารับการคุ้มครองในสถานดูแลของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ
ส่วนการส่งผู้หนีภัยการสู้รบชาวเมียนมากลับประเทศอาจยังไม่สามารถดำาเนินการได้อย่างต่อเนื่องในปีนี้ เนื่องจาก
อุปสรรคที่เกิดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19
ข้อเสนอแนะ กสม. มีข้อเสนอแนะในประเด็นที่เกี่ยวกับผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ ดังนี้
1. รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมกันพิจารณาแนวทางหรือมาตรการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ของกระบวนการพิจารณาให้สถานะหรือสัญชาติแก่ผู้ที่มีคุณสมบัติ อาทิ การแก้ไขเหตุที่ทำาให้กระบวนการมีความล่าช้า
เกินสมควร การแก้ปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานที่เกิดจากความไม่ชัดเจนของระเบียบที่เกี่ยวข้อง การทำาความเข้าใจ
กับเจ้าหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิบัติงานในขั้นตอนต่าง ๆ การออกแนวทางแก้ไขผลการสำารวจบุคคลหรือการบันทึกข้อมูล
ผิดพลาดที่ทำาให้เป็นอุปสรรคต่อการพิจารณาให้สถานะ/สัญชาติ การจัดสรรบุคลากรและงบประมาณที่เพียงพอ
ตั้งแต่ระดับอำาเภอ ระดับจังหวัด และระดับชาติ ตลอดจนการดำาเนินการต่อกรณีป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริต
อย่างต่อเนื่อง
2. รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดให้มีหลักสูตรฝึกอบรม หรือการเรียนรู้เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจ
และทักษะความเชี่ยวชาญแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้สามารถจัดการเรียนการสอน จัดทำาหลักฐานทางการศึกษา
และแก้ไขปัญหาสถานะทางทะเบียนราษฎรแก่นักเรียนกลุ่ม G ได้อย่างถูกต้อง สะดวก รวดเร็ว และตรงกับความต้องการ
ของนักเรียน
3. รัฐบาลโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำาเนินการตรวจสอบข้อมูลเพื่อแยกแยะเด็กนักเรียนกลุ่ม G
ที่มีปัญหาสถานะและสิทธิออกจากเด็กที่มีสถานะอยู่เดิมและเคยได้รับสิทธิ (คืนสิทธิ) ด้านสาธารณสุขไปแล้วก่อนหน้านี้
รวมทั้งดำาเนินการตรวจสอบคุณสมบัติพร้อมจัดทำาทะเบียนประวัติ เพื่อดำาเนินการให้สิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุข
แก่เด็กนักเรียนกลุ่ม G ที่ผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว แต่ยังไม่เคยได้รับสถานะและสิทธิใด ๆ รวมทั้งกำาหนดแนวทาง
ดูแลสุขภาพของเด็กนักเรียนกลุ่ม G ที่ไม่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิด้านสาธารณสุข เช่น การขายบัตรประกันสุขภาพในราคา
ที่เหมาะสม เป็นต้น
4. รัฐบาลควรเร่งกำาหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขภายใต้ระเบียบสำานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการคัดกรอง
คนต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรและไม่สามารถเดินทางกลับประเทศอันเป็นภูมิลำาเนาได้ พ.ศ. 2562 เพื่อให้สามารถ
นำาระเบียบดังกล่าวไปสู่การปฏิบัติได้โดยเร็วและทำาให้ผู้เข้าข่ายเป็นผู้ลี้ภัยได้รับความคุ้มครองตามหลักสิทธิมนุษยชน
5. รัฐบาลควรมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาและพิจารณาการถอนข้อสงวนของไทยในอนุสัญญา
CRC ข้อที่ 22 เพื่อเป็นหลักประกันว่าเด็กผู้ลี้ภัยในประเทศไทยจะได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม
6. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งจัดทำาขั้นตอนการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐาน (SOP) และการดำาเนินการอื่น ๆ
ที่จำาเป็นให้แล้วเสร็จเพื่อให้มีการปฏิบัติตามบันทึกความเข้าใจ เรื่อง การกำาหนดมาตรการและแนวทางในการกักตัวเด็ก
ไว้ในสถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ พ.ศ. 2562 โดยเร็ว
242 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

