Page 204 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 204
5.3 สิทธิคนพิการ
ภาพรวม
สิทธิของคนพิการได้รับการรับรองไว้ในอนุสัญญา CRPD หลายประการ ทั้งสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ตามกติกา ICCPR และสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมตามกติกา ICESCR การจัดทำาอนุสัญญาฯ มีเจตนารมณ์
เพื่อประกันว่าคนพิการจะได้รับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนและเสรีภาพขั้นพื้นฐานโดยเท่าเทียมกับบุคคลอื่นและ
ได้รับการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดังนั้น อนุสัญญาฯ จึงได้ยืนยันหลักการสำาคัญด้านสิทธิมนุษยชน
อันได้แก่ การไม่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลด้วยเหตุแห่งความพิการ รวมถึงยังได้กำาหนดหลักการทั่วไปในการส่งเสริมให้เกิด
การปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ ไว้หลายประการ เช่น การส่งเสริมให้คนพิการมีส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งของสังคม การให้
คนพิการได้เข้าถึงโอกาสอย่างเท่าเทียม การสร้างความตระหนักเกี่ยวกับคนพิการในสังคม และการเข้าถึงสภาพแวดล้อม
ทางกายภาพ การขนส่ง สารสนเทศและการสื่อสาร และสิ่งอำานวยความสะดวกของคนพิการ เป็นต้น ส่วนสิทธิตามกติกา
ICCPR และ ICESCR ที่ได้รับการรับรองในอนุสัญญาฯ ครอบคลุมถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองและเรื่องสาธารณะ
สิทธิและโอกาสในการออกเสียงและได้รับเลือกตั้ง สิทธิในการได้รับการศึกษา การบริการด้านสุขภาพ รวมถึงการได้
ทำางานและการจ้างงาน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 4 บัญญัติคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลโดยรับรองให้ปวงชนชาวไทยได้รับการคุ้มครองเสมอกัน และมาตรา 27
บัญญัติรับรองความเสมอภาคของบุคคลโดยห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุต่าง ๆ รวมถึงเหตุแห่งความพิการ โดยมี
ความมุ่งหมายให้ปวงชนชาวไทยมีสิทธิและเสรีภาพโดยเสมอภาคกัน นอกจากนี้ ยังได้บัญญัติให้รัฐมีหน้าที่
ต้องจัดให้ประชาชนได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานอื่น ๆ เช่น มาตรา 54 บัญญัติให้รัฐต้องดำาเนินการให้เด็กทุกคนได้รับ
การศึกษาเป็นเวลาสิบสองปีอย่างมีคุณภาพและไม่เก็บค่าใช้จ่าย มาตรา 55 กำาหนดว่ารัฐจะดำาเนินการให้ประชาชนได้รับ
บริการสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพอย่างทั่วถึง และมาตรา 74 รัฐพึงส่งเสริมให้ประชาชนมีความสามารถในการทำางาน
อย่างเหมาะสมกับศักยภาพ
คณะกรรมการประจำาอนุสัญญา CRPD ได้มีข้อสังเกตต่อรายงานการปฏิบัติตามอนุสัญญาฯ ของประเทศไทย
เมื่อปี 2559 ว่าควรมีการรณรงค์สร้างความตระหนักเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนของคนพิการโดยมีเป้าหมายเพื่อขจัดอคติ
ของสังคมต่อคนพิการ รวมถึงผู้บกพร่องทางจิต ควรประกันว่าหน่วยงานภาครัฐจะมีความร่วมมือและมีแผน
เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงสภาพแวดล้อมทางกายภาพ บริการ และสิ่งอำานวยความสะดวกของคนพิการ ควรมีการใช้มาตรการ
ทางกฎหมายหรือมาตรการอื่นใดเพื่อประกันว่าคนพิการและเด็กพิการจะได้เข้าเรียนในโรงเรียนในชุมชนที่เด็กอาศัยอยู่
รวมทั้งควรมีการจัดสรรทรัพยากรอย่างเพียงพอและการฝึกอบรมครู ควรมีการจัดบริการด้านสุขภาพที่คนพิการสามารถ
เข้าถึงได้และคำานึงถึงมิติทางเพศ โดยเฉพาะในเขตชนบท และมีการฝึกอบรมบุคลากรด้านสาธารณสุขให้ทราบถึงสิทธิ
ของคนพิการ ควรมีการเพิ่มโอกาสการจ้างงานในตลาดแรงงานให้แก่คนพิการ ทบทวนกฎหมายที่จำากัดการมีส่วนร่วมของ
คนพิการทางการเมืองและเรื่องสาธารณะ และประกันว่าคนพิการจะสามารถเข้าถึงทุกขั้นตอนของการเลือกตั้ง ส่วนแผน
สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2562-2565) ได้ให้ความสำาคัญเกี่ยวกับการเข้าถึงบริการสาธารณะของคนพิการ
ทั้งการดูแลด้านสาธารณสุขอย่างเป็นระบบ การขนส่ง และการจัดสิ่งอำานวยความสะดวกที่เป็นสาธารณะสำาหรับคนพิการ 471
471
จาก ครม.อนุมัติแผนสิทธิมนุษยชนฯ ฉบับที่ 4 ยกระดับคุ้มครองสิทธิไทยทัดเทียมสากล, โดย ผู้จัดการออนไลน์, 2563.
สืบค้นจาก https://mgronline.com/politics/detail/9630000067196
202 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

