Page 203 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 203
ปัญหาหรืออุปสรรค ยังพบสภาพปัญหาหรือข้อจำากัดบางประการในการดำาเนินการเพื่อส่งเสริมและ
คุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุ อาทิ กรณีปัญหาสิทธิด้านสุขภาพ เช่น การขาดระบบสนับสนุนให้สมาชิกครอบครัว การประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชน
สามารถดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียงได้ ความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับบทบาทของทีมหมอครอบครัวในการดูแลผู้สูงอายุ
หรือความเข้าใจที่ไม่ตรงกันในเรื่องการเบิกจ่ายงบประมาณที่จะดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิงขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของกลุ่มบุคคล
แต่ละแห่ง เป็นต้น นอกจากนี้ ยังปรากฏปัญหาการใช้ความรุนแรงต่อผู้สูงอายุและการขาดกลไกในการเฝ้าระวังปัญหา
ดังกล่าวอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ กสม. ได้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการส่งเสริม
และคุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ ข้างต้นอย่างครอบคลุมแล้วเมื่อเดือนเมษายน 2563
ข้อเสนอแนะ กสม. มีข้อเสนอแนะในส่วนที่เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิของผู้สูงอายุในปี 2563 เพิ่มเติม ดังนี้ บทที่ 5
1. ในการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติเรื่องผู้สูงอายุ รัฐควรพิจารณาให้ความสำาคัญกับผู้สูงอายุที่มีอุปสรรค
ในการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ เช่น กลุ่มผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยหรือเป็นแรงงานนอกระบบ ซึ่งอาจเข้าไม่ถึงสิทธิในการมีสวัสดิการ
สังคมและมาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ รวมถึงการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมตามข้อ 9 และข้อ 11 ของกติกา ICESCR
2. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งนำามาตรการขับเคลื่อนสังคมสูงวัยคนไทยอายุยืน 4 มิติ (เศรษฐกิจ
สภาพแวดล้อม สุขภาพ และสังคม) ที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้วไปเป็นกรอบแนวทางในการดำาเนินการ
ของแต่ละหน่วยงานเพื่อให้ผู้สูงอายุได้เข้าถึงและได้รับการคุ้มครองสิทธิอย่างมีประสิทธิผลเป็นรูปธรรม
3. รัฐบาลควรพิจารณากระจายอำานาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้มีบทบาทในการดูแลคุณภาพชีวิต
ของผู้สูงอายุตามแนวทางที่กำาหนดในยุทธศาสตร์ชาติในระดับพื้นที่มากขึ้น ทั้งนี้ โดยคำานึงถึงความพร้อมและศักยภาพ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย รวมทั้งควรมีการพิจารณาทบทวนกฎหมายและระเบียบต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรค
ต่อการดำาเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมสิทธิและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ
4. รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขควรพิจารณามาตรการให้ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้และ
ผู้สูงอายุที่อยู่พื้นที่ห่างไกลได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง เช่น การเพิ่มจำานวนบุคลากรที่มีความรู้ ทักษะ
และความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุ การประสานการทำางานร่วมกันกับสมาชิกครอบครัวผู้สูงอายุ ตลอดจนการจัด
ให้มีการอบรมให้ อสม. มีทักษะและความเชี่ยวชาญในการดูแลผู้สูงอายุติดบ้านติดเตียง เป็นต้น
5. รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจถึงสภาวะและสิทธิของผู้สูงอายุ
แก่กลุ่มวัยก่อนสูงอายุและกลุ่มสมาชิกครอบครัวผู้สูงอายุ และควรพิจารณากำาหนดมาตรการหรือกลไกในการเฝ้าระวัง
และแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุเพื่อลดอัตราการใช้ความรุนแรงต่อผู้สูงอายุทั้งในและนอกครอบครัวในระดับท้องถิ่น
6. ในการคุ้มครองผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้ง ถูกกระทำารุนแรง หรือถูกล่วงละเมิด กระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์อาจพิจารณาใช้เครือข่ายอาสาสมัครทั้งของรัฐ เช่น อาสาสมัครสาธารณสุข และอาสาสมัคร
ขององค์กรพัฒนาเอกชน ในการเฝ้าระวังปัญหาดังกล่าว ให้คำาแนะนำาช่วยเหลือเบื้องต้น รวมทั้งประสานงานกับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไปตามควรแก่กรณี
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 201

