Page 20 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 20
สุขภาพ สภาพแวดล้อม และสังคม การคุ้มครองสิทธิที่เกี่ยวกับการทำางานโดยขยายอายุแรงงานนอกระบบให้มีสิทธิเป็น
ผู้ประกันตนตามมาตรา 40 ของพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 จากเดิม 60 ปีเป็น 65 ปี และส่งเสริมการเข้าถึง
สิ่งอำานวยความสะดวกที่เป็นสาธารณะ เป็นต้น อย่างไรก็ดี ยังพบว่า มีปัญหาและความท้าทายบางประการ อาทิ การจัด
ระบบดูแลสุขภาพของผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง อุปสรรคขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการดูแลผู้สูงอายุในพื้นที่ ปัญหา
การใช้ความรุนแรงต่อผู้สูงอายุ ซึ่ง กสม. ได้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการส่งเสริมและ
คุ้มครองสิทธิของผู้สูงอายุในด้านต่าง ๆ ข้างต้นอย่างครอบคลุมแล้วเมื่อเดือนเมษายน 2563 และได้ยำ้าข้อเสนอแนะ
บางข้อในรายงานฉบับนี้ เช่น การให้ความสำาคัญกับผู้สูงอายุที่มีอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิในการมีสวัสดิการสังคมและ
มาตรฐานการครองชีพที่เพียงพอ การพิจารณาทบทวนกฎหมายและระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการดำาเนินงานขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นในการส่งเสริมสิทธิและคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ การกำาหนดแนวทางให้ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถ
ช่วยเหลือตัวเองได้หรืออยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้รับการดูแลสุขภาพอย่างทั่วถึง การกำาหนดกลไกในการเฝ้าระวังและแก้ไข
ปัญหาผู้สูงอายุถูกทอดทิ้ง ถูกกระทำารุนแรง หรือถูกล่วงละเมิดทั้งจากบุคคลในและนอกครอบครัวในระดับท้องถิ่น รวมถึง
การใช้เครือข่ายอาสาสมัครในการดำาเนินงาน และการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น
สำาหรับกลุ่มคนพิการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการดำาเนินการเพื่อส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิคนพิการในหลายด้าน
ทั้งการส่งเสริมสิทธิในการมีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสมโดยเพิ่มเบี้ยความพิการสำาหรับเด็กและผู้มีรายได้น้อยที่ถือบัตร
สวัสดิการแห่งรัฐ การส่งเสริมให้คนพิการได้เข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้โดยสะดวกและทั่วถึงผ่านศูนย์บริการคนพิการในระดับ
ชุมชน การส่งเสริมการเข้าถึงการมีงานทำาผ่านการฝึกอาชีพและการจัดหางาน การจัดให้มีระบบบริการผู้ช่วยคนพิการ
เพื่อช่วยเหลือคนพิการให้สามารถดำารงชีวิตได้โดยอิสระและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนได้ตามอนุสัญญา CRPD นอกจากนี้
รัฐบาลได้ตอบรับข้อเสนอแนะของ กสม. เรื่องการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะและได้เริ่มดำาเนินการทำาแผนเพื่อปรับปรุง
และออกแบบโครงสร้างพื้นฐาน รวมทั้งกำาหนดมาตรฐานสิ่งอำานวยความสะดวกที่จำาเป็นของระบบขนส่งสาธารณะ
ที่คนพิการใช้ประโยชน์ได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการในการส่งเสริมให้คนพิการได้เข้าถึงสิทธิบางประการยังไม่เห็นผลชัดเจน
โดยเฉพาะสิทธิด้านการศึกษาของเด็กพิการที่ส่วนใหญ่ได้รับการศึกษาเพียงในระดับประถมศึกษาเท่านั้น ส่วนเด็กที่มี
ความบกพร่องทางสติปัญญา มีปัญหาทางการเรียนรู้ พฤติกรรมและอารมณ์ และเด็กออทิสติกเป็นกลุ่มที่ยังขาดรูปแบบ
ระบบการจัดการศึกษาที่ชัดเจน ขาดครูผู้สอนที่มีความรู้และทักษะที่เหมาะสม ขาดระบบสนับสนุนครอบครัวให้สามารถ
เตรียมความพร้อมเด็กพิการกลุ่มนี้ในการเข้าเรียนรวมกับเด็กปกติได้ ด้านสิทธิในการทำางาน พบว่าจำานวนคนพิการที่ได้
ทำางานตามมาตรการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการไม่เพิ่มขึ้น การจ้างงานโดยหน่วยงานของรัฐยังมีน้อย ขณะเดียวกัน
ยังไม่พบว่ามีมาตรการป้องกันและคุ้มครองช่วยเหลือที่ชัดเจนกรณีการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กหญิงพิการ กสม. จึงมี
ข้อเสนอแนะต่อรัฐเพื่อส่งเสริมให้คนพิการให้ได้เข้าถึงสิทธิต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิทธิด้านการศึกษา โดยการจัดการ
ศึกษาที่เหมาะสมแก่คนพิการตามพระราชบัญญัติการจัดการศึกษาสำาหรับคนพิการ พ.ศ. 2551 รวมทั้งจัดให้มีระบบ
สนับสนุนการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับความพิการแต่ละประเภท ด้านการจ้างงานควรศึกษาปัจจัยที่เป็นอุปสรรคต่อ
การจ้างงานหรือการทำางานของคนพิการซึ่งยังมีจำานวนน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับคนพิการที่อยู่ในวัยทำางานและทำางานได้
อีกทั้งควรพิจารณามาตรการในการป้องกันคนพิการ โดยเฉพาะเด็กหญิงพิการจากการถูกทำาร้ายหรือล่วงละเมิด
และเพิ่มมาตรการในการคุ้มครองช่วยเหลือและเยียวยา เป็นต้น
ในด้านสิทธิสตรี รัฐมีการดำาเนินการที่ส่งเสริมและคุ้มครองสตรีหลายด้าน อาทิ การปราบปรามการค้ามนุษย์
เพื่อแสวงประโยชน์จากการค้าประเวณีซึ่งมีสถิติคดีลดลง การออกมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการล่วงละเมิดหรือ
คุกคามทางเพศในการทำางานซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประจำาอนุสัญญา CEDAW การแก้ไขเพิ่มเติม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 301 และ มาตรา 305 เกี่ยวกับเงื่อนไขการทำาแท้งซึ่งจะช่วยให้สตรีที่มีความจำาเป็น
เข้าถึงการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย การส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐและเอกชนมีมาตรการส่งเสริมความเท่าเทียม
ระหว่างเพศภายในองค์กรของตน ตลอดจนการจัดทำาร่างกฎหมายคู่ชีวิตและเตรียมแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและ
พาณิชย์เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมของกลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศในเรื่องการก่อตั้งครอบครัว อย่างไรก็ตาม พบว่า
การกระทำาความรุนแรงในครอบครัวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยผู้หญิงเป็นผู้ถูกกระทำาสูงถึงร้อยละ 84 รวมทั้งยังคงพบ
18 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

