Page 16 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 16
กับผู้ติดเชื้อหรือผู้ที่มีความเปราะบางด้านสุขภาพให้สามารถเข้าถึงวัคซีนได้โดยไม่เลือกปฏิบัติ และในพื้นที่ที่มีการระบาดสูง
ที่มีการกักตัวแรงงานต่างด้าวในพื้นที่จำากัดและสภาพแออัดและยังไม่สามารถแยกบุคคลที่อาจติดเชื้อออกได้
ควรหามาตรการเพื่อลดความเสี่ยง รวมทั้งมีการสื่อสารเพื่อประชาสัมพันธ์ความรู้เรื่องการป้องกันโรคและมาตรการ
ของรัฐให้เป็นไปอย่างทั่วถึงและในภาษาที่แรงงานสามารถเข้าใจได้และดำาเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
ต่อการแก้ปัญหาการลักลอบนำาแรงงานที่ผิดกฎหมายเข้าประเทศ และการเปิดบ่อนการพนันทั่วประเทศ โดยเฉพาะหากมี
เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องในการกระทำาความผิดดังกล่าว
สำาหรับสถานการณ์การชุมนุมเรียกร้องทางการเมืองของนักเรียน นิสิต นักศึกษา และประชาชน ปี 2563
เป็นปีที่มีการชุมนุมเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้งการชุมนุมทางการเมืองและการชุมนุมเพื่อสะท้อนปัญหาสิทธิทาง
เศรษฐกิจและสังคมต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งปี ยกเว้นในช่วงที่มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่เริ่มตั้งแต่ปลาย
เดือนมีนาคม 2563 และรัฐบาลได้ออกมาตรการเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เพื่อคุ้มครองสิทธิ
ด้านสุขภาพของประชาชน รวมถึงการห้ามชุมนุมใด ๆ แต่เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ดีขึ้น รัฐบาล
ได้ผ่อนคลายมาตรการให้ประชาชนสามารถจัดกิจกรรมรวมกลุ่มและกลับมาใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบได้ตั้งแต่เดือน
สิงหาคม 2563 ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ แต่ยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคที่ทางราชการกำาหนด
หลังจากการผ่อนคลายมาตรการ กลุ่มต่าง ๆ ได้มีการชุมนุมอย่างต่อเนื่องในหลายพื้นที่ ซึ่ง กสม. ได้เฝ้าระวัง
และติดตามสถานการณ์การชุมนุมโดยใกล้ชิดและมีแถลงการณ์หรือข่าวประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่องตาม
ความเหมาะสมของสถานการณ์เพื่อให้หน่วยงานของรัฐและผู้ชุมนุมตระหนักถึงหลักการสิทธิมนุษยชน รวมถึงมีข้อเสนอแนะ
หลายประการเพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำาเนินการเพื่อให้ประชาชนได้ใช้เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบ
ตามที่รัฐธรรมนูญและกติกา ICCPR ให้การรับรอง จากการติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์การชุมนุมส่วนใหญ่พบว่า
ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแม้จะมีการกระทบกระทั่งกันอยู่บ้างระหว่างผู้ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่รัฐที่ปฏิบัติหน้าที่ในการดูแล
ความสงบเรียบร้อยในบางกรณี แต่ทั้งสองฝ่ายพยายามใช้ความอดทนอดกลั้นเพื่อไม่ให้มีความรุนแรงเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี
มีการชุมนุมสองกรณีที่บริเวณแยกปทุมวันและหน้ารัฐสภาที่รัฐใช้มาตรการยุติการชุมนุมโดยการฉีดนำ้าแรงดันสูง ซึ่งมี
การผสมสารเคมีเข้าใส่ผู้ชุมนุม โดยเฉพาะการชุมนุมเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมที่แยกปทุมวัน ซึ่ง กสม. เห็นว่ายังไม่ปรากฏ
ลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ความรุนแรงจนถึงขั้นต้องใช้มาตรการสลายการชุมนุม การฉีดนำ้าผสมสารเคมี
จึงเป็นการกระทำาที่เกินสมควรแก่เหตุ อย่างไรก็ดี ในภาพรวมรัฐยังคงทำาหน้าที่ดูแลการใช้เสรีภาพในการชุมนุม
โดยสงบของประชาชนโดยไม่ได้แทรกแซงการใช้เสรีภาดังกล่าวแม้ในบางกรณีผู้จัดการชุมนุมไม่ได้แจ้งการชุมนุม
ตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 แต่การชุมนุมยังคงดำาเนินต่อไปได้ ทั้งนี้ รัฐได้มี
การแจ้งข้อกล่าวหาต่อผู้ชุมนุมจำานวนหนึ่งในฐานความผิดตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ จึงเป็นไปในแนวทางเดียวกับ
ความเห็นทั่วไปของคณะกรรมการประจำากติกา ICCPR ในเรื่องสิทธิในการชุมนุมโดยสงบ และโดยทั่วไปผู้ชุมนุมได้รับ
การปล่อยชั่วคราวในระหว่างการดำาเนินคดี
(2) การประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
มีประเด็นสำาคัญได้แก่ การเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน การติดตามจับกุมตัวโดยเจ้าหน้าที่รัฐ และปัญหา
เรือนจำาแออัด สถานการณ์การกระทำาทรมาน การบังคับให้สูญหาย และการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน สถานการณ์
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โทษประหารชีวิต การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและเสรีภาพของสื่อมวลชน
ในปี 2563 รัฐยังคงส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรมต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ทั้งการ
ช่วยเหลือผู้เสียหายและจำาเลยในคดีอาญาตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่าย
แก่จำาเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ที่มีจำานวนเพิ่มขึ้น ส่วนการให้ความช่วยเหลือผ่านกองทุนยุติธรรมในการให้ความช่วยเหลือ
แก่ประชาชน ส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือในเรื่องการปล่อยชั่วคราวและค่าใช้จ่ายในการดำาเนินคดีในขณะที่
14 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand

