Page 19 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 19
ในการส่งเสริมการเข้าถึงการศึกษาผ่านกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการ
ศึกษา (กสศ.) ในด้านคุณภาพการศึกษา ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานตั้งแต่ปีการศึกษา 2560-2562
มีผลคะแนนเฉลี่ยรายวิชาค่อนข้างตำ่าส่วนมากไม่ถึงร้อยละ 50 อีกทั้งยังมีความเหลื่อมลำ้าของคะแนนระหว่างโรงเรียน
ในเขตเมืองกับโรงเรียนนอกเขตเมือง กสม. จึงมีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลพิจารณาจัดทำาแผนหรือมาตรการแก้ไขปัญหา
ประชากรในวัยเรียนที่ตกหล่นจากระบบการศึกษาได้เข้าถึงการศึกษาอย่างทั่วถึงมากขึ้น สนับสนุนการดำาเนินงานของ
กองทุน กยศ. และกองทุน กสศ. อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเร่งกำาหนดนโยบายเพื่อปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพการศึกษา
โดยสร้างกลไกมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ในประเด็นธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน รัฐบาลได้เร่งสร้างความเข้าใจกับหน่วยงานรัฐในการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการ
ระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2562-2565) มีการจัดตั้งกลไกในการติดตามผลการดำาเนินการ
ตามแผนปฏิบัติการฯ และมีความร่วมมือกับภาคธุรกิจในการจัดอบรมให้ความรู้และส่งเสริมการประกอบธุรกิจตาม
หลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน และผลักดันมาตรการเปิดเผยข้อมูลด้านสิทธิมนุษยชน
ในแบบแสดงรายการประจำาปีของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมายังปรากฏการดำาเนินการ
ของภาคธุรกิจที่ก่อให้เกิดผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน ทั้งในด้านแรงงาน สิ่งแวดล้อม และการคุ้มครองนักปกป้อง
สิทธิมนุษยชน กสม. จึงมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลให้เร่งรัดหน่วยงานปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการฯ อย่างจริงจังภายในกรอบ
ระยะเวลาที่ระบุไว้ รวมถึงเปิดเผยความคืบหน้าให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ มีมาตรการจูงใจภาคธุรกิจในการนำาหลักการ
ชี้แนะฯ มาปรับใช้ในการดำาเนินธุรกิจ พร้อมกับบังคับใช้กฎหมายเมื่อเกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด
(4) การประเมินสถานการณ์
สิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล
ในรายงานฉบับนี้ กสม. ได้นำาเสนอประเด็นสิทธิมนุษยชนของประชากร 5 กลุ่ม ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ
สตรีรวมถึงประเด็นความเสมอภาคทางเพศ และผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ ซึ่งประกอบด้วยบุคคลไร้รัฐ/ไร้สัญชาติ
และผู้ลี้ภัย/ผู้แสวงหาที่พักพิง
ในปี 2563 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำาเนินการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิเด็กในหลายด้าน อาทิ
การให้เงินอุดหนุนเด็กเล็กอายุ 0-6 ปีแบบถ้วนหน้า เดือนละ 600 บาท ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2565 เป็นต้นไป การจัด
อบรมพี่เลี้ยงเด็กของโรงเรียนเอกชนเพื่อมิให้มีการกระทำาที่เป็นการละเมิดสิทธิเด็ก และการลดอัตราวัยรุ่นตั้งครรภ์
อย่างไรก็ดี ยังมีสิ่งที่ต้องเร่งรัดดำาเนินการให้เกิดผลเป็นรูปธรรม เช่น การจัดทำาร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย การดูแลให้เด็ก
และเยาวชนที่ตั้งครรภ์ในสถานศึกษาได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม การเพิ่มประสิทธิภาพการดำาเนินกระบวนการ
ยุติธรรมด้านคดีเด็ก เยาวชน และครอบครัว ส่วนประเด็นที่เป็นปัญหาสำาคัญคือ การกระทำาความรุนแรงและ
การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กโดยบุคลากรทางการศึกษา ปัญหาการกลั่นแกล้งรังแกหรือบูลลี่ (bully) ในโรงเรียนและ
ทางโซเชียลมีเดียที่มีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น ซึ่งในประเด็นนี้ กสม. ได้มีข้อเสนอแนะที่สำาคัญ อาทิ รัฐบาลและหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้องควรเร่งพิจารณาร่างแผนพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. 2563-2570 โดยให้ความสำาคัญกับเด็กกลุ่มที่มีอุปสรรค
ในการเข้าถึงสิทธิต่าง ๆ เป็นพิเศษ การมีมาตรการแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงและการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก
ในสถานศึกษาและโดยบุคลากรทางการศึกษาอย่างจริงจัง รวมถึงการจัดให้มีกลไกรับเรื่องร้องเรียนที่เข้าถึงได้ง่าย
มีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหายอย่างมีประสิทธิผล การให้ความรู้เกี่ยวกับผลกระทบของการตั้งครรภ์
ก่อนวัยอันควร การมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย รวมทั้งอาจพิจารณาขยายความร่วมมือกับองค์กรพัฒนาเอกชนในการจัด
ให้มีระบบให้คำาแนะนำาปรึกษาแก่เด็กและเยาวชนในเรื่องดังกล่าว
ในส่วนของกลุ่มผู้สูงอายุ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมความพร้อมรองรับประชากรสูงอายุ
ที่จะเพิ่มจำานวนมากขึ้นเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิที่เป็นรูปธรรมและสามารถดำารงชีวิตอย่างมีคุณภาพ เช่น บทสรุปผู้บริหาร
การขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการผู้สูงอายุแห่งชาติที่ครอบคลุมทั้งกลุ่มก่อนวัยสูงอายุและกลุ่มสูงอายุในด้านเศรษฐกิจ
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 17

