Page 17 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 17
ศาลยุติธรรมได้มีข้อแนะนำาหลายฉบับที่ยกระดับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพทั้งของผู้เสียหายและผู้ต้องหา
หรือจำาเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปล่อยตัวผู้ต้องหาหรือจำาเลยชั่วคราวระหว่างการดำาเนินคดี สำาหรับการลดความแออัด
ในเรือนจำานั้น นอกจากการจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายพื้นที่เรือนจำาแล้ว กสม. เห็นว่าควรนำาวิธีการอื่นมาใช้
ร่วมด้วย เช่น การปล่อยชั่วคราว การใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว และการให้ผู้กระทำาความผิดที่ไม่ร้ายแรงบำาเพ็ญ
สาธารณประโยชน์เพื่อลดปริมาณผู้ต้องขัง
ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกระทำาทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย รัฐบาลได้ให้ความเห็นชอบ
ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำาให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... และเตรียมเสนอ
เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป อย่างไรก็ดี กสม. ยังคงมีข้อห่วงกังวลต่อรายงานที่กล่าวอ้างว่า มีการกระทำา
ทรมานโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งพบว่ามีการร้องเรียนอยู่เป็นระยะแม้ว่าจะมีจำานวนลดน้อยลงก็ตาม นอกจากนี้ สถานการณ์
การเสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บในระหว่างการจับกุม การควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่ และในระหว่างการฝึกฝนหลักสูตร
ต่าง ๆ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่ง กสม. เห็นว่าต้องสร้างความตระหนักแก่เจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย
และควรมีการสอบสวนการเสียชีวิตของบุคคลระหว่างการถูกควบคุมตัวของเจ้าหน้าที่รัฐหรือระหว่างการฝึก ตลอดจน
มีมาตรการเพื่อป้องกันมิให้เกิดปัญหาในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก
ในด้านการคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชน แม้ว่าจะได้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 161/1 และ มาตรา 165/2 เพื่อให้ศาลมีอำานาจยกฟ้องในชั้นการตรวจคำาฟ้องหากคดีมีเจตนากลั่นแกล้งเพื่อดำาเนินคดี
แต่มีข้อสังเกตจากภาคประชาสังคมว่า การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวใช้ได้เฉพาะกรณีที่เป็นคดีระหว่างเอกชน
ด้วยกัน แต่การฟ้องคดีนักปกป้องสิทธิมนุษยชนส่วนใหญ่มีหน่วยงานรัฐเป็นคู่กรณีมากกว่า นอกจากนี้ ยังปรากฏสถานการณ์
นักปกป้องสิทธิมนุษยชนถูกข่มขู่คุกคามหลายกรณี ซึ่งบางกรณี กสม. ได้ช่วยประสานงานให้หน่วยงานของรัฐเพื่อดูแล
ความปลอดภัย เช่น กลุ่มอนุรักษ์ป่าชุมชนเขาเหล่าใหญ่-ผาจันได และสมาชิกสหกรณ์เกษตรกรภาคใต้ เป็นต้น
สำาหรับสถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สถิติการก่อความไม่สงบ จำานวนผู้เสียชีวิต และผู้ได้รับบาดเจ็บ
ในปี 2563 มีจำานวนลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่
ผู้ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงและมีความพยายามแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ ทั้งในมิติของกระบวนการพูดคุย
สันติสุข การจัดอบรมให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนแก่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง และการปรับปรุงสถานที่
ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยให้สามารถตรวจสอบได้ แต่ยังมีประเด็นที่อาจกระทบสิทธิของประชาชนที่ยังคงต้องติดตามเฝ้าระวัง
เช่น การกล่าวอ้างว่ามีการกระทำาทรมานต่อผู้ต้องสงสัยในคดีความมั่นคง กรณีข้อร้องเรียนการขอตรวจ DNA
ประชาชนในบางพื้นที่โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้แจ้งเหตุผลที่ชัดเจน ส่งผลให้เกิดความหวาดระแวงของประชาชน รวมถึง
การระงับสัญญาณหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนซิมการ์ดโดยวิธีการตรวจสอบใบหน้า (face recognition)
เพื่อยืนยันอัตลักษณ์ของตนในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 เป็นต้น ซึ่งอาจกระทบสิทธิ
ในการรับรู้ข่าวสารในของสถานการณ์ดังกล่าว ในประเด็นนี้ กสม. เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำาคัญ
กับการสร้างความไว้วางใจให้กับประชาชนโดยการทำาความเข้าใจกรณีเกิดเหตุการณ์ที่อาจกระทบต่อสิทธิของประชาชน
ในพื้นที่ เพื่อให้การแก้ไขสถานการณ์ความไม่สงบได้รับความร่วมมือจากประชาชนมากยิ่งขึ้น
(3) การประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
มีประเด็นที่สำาคัญ ได้แก่ สิทธิแรงงาน สิทธิชุมชนกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ สิทธิด้านสุขภาพ
สิทธิด้านการศึกษา และธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน
กรณีสิทธิแรงงาน สถานการณ์การระบาดของโรคโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรง บทสรุปผู้บริหาร
ทำาให้แรงงานจำานวนมากถูกเลิกจ้าง จากสถิติของกระทรวงแรงงานพบว่า ในปีงบประมาณ 2563 ได้รับเรื่องร้องเรียน
รายงานผลการประเมินสถานการณ์
ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563 15

