Page 138 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562
P. 138
137
พฤศจิกายน 2558 องค์กรพัฒนาเอกชนต่างประเทศ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกมากที่สุดเป็นอันดับที่ 4 ของโลก บทที่
Swedwatch และ Finnwatch ได้นำาเสนอรายงาน และเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแปรรูปมากที่สุด 1
การละเมิดสิทธิแรงงานในโรงงานผลิตไก่เนื้อของ เป็นอันดับที่ 1 ของโลก ซึ่งประเทศต่าง ๆ ในสหภาพยุโรป
ประเทศไทย เป็นทั้งคู่ค้า และคู่แข่งที่สำาคัญของประเทศไทย เนื่องจาก บทที่
2
ส่วนหนึ่งทำาการค้าขายกันภายในภูมิภาคเป็นหลัก
3) มีการนำาเสนอรายงานการละเมิดสิทธิแรงงานฯ บทที่
ดังกล่าวเผยแพร่ผ่านสื่อ ก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์ 3) หลังจากวิกฤติการณ์ในช่วงปี 2558-2559 3
และการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคม เช่นเดียว อุตสาหกรรมสัตว์ปีกมีความเคลื่อนไหว โดยเฉพาะ บทที่
กับสถานการณ์ของธุรกิจประมงก็พบว่า มีการสั่งห้าม ในด้านที่เกี่ยวกับแรงงานโดยทั่วไป และแรงงานข้ามชาติ 4
การนำาเข้าและการลดลงของยอดจำาหน่ายผลิตภัณฑ์ ทั้งในเชิงบวกและลบ ที่สำาคัญ อาทิ (3.1) การกำาหนด
ไก่เนื้อจากประเทศไทยในตลาดของประเทศต่าง ๆ รูปแบบการปฏิบัติที่ดีด้านแรงงาน (Good Labor บทที่
อาทิ สหภาพยุโรป เยอรมนี สวีเดน และฟินแลนด์ Practice: GLP) โดยการทำาบันทึกความเข้าใจร่วม (MoU) 5
แม้ว่าจะไม่มีดำาเนินการดำาเนินมาตรการของรัฐบาล ระหว่างกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กรมปศุสัตว์ ภาค
ของประเทศนั้น ๆ อย่างเป็นทางการก็ตาม และสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทยเพื่อยกระดับ ผนวก
การคุ้มครองแรงงานในอุตสาหกรรมสัตว์ปีกไทย
4) เป้าหมายและการออกแบบกระบวนการที่นำามาใช้ (3.2) การแสดงออกของผู้ประกอบการในการเสนอแก้ไข
ในการศึกษา คือ (4.1) การเน้นการสานสร้างความเข้าใจ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเก็บสะสมวันหยุด และการ
ในสังคม และ (4.2) การลดจุดอ่อนการศึกษาในอดีต นับเวลาพักจาก 2 เป็น 4 ชั่วโมง เพื่อให้สอดคล้อง
ที่ยังมีการสำารวจข้อมูลไม่รอบด้าน หรืออาจจะครอบคลุม กับระบบการผลิต (แบบฟาร์มปิด) ซึ่งปัจจุบันยังไม่มี
กลุ่มเป้าหมายบางกลุ่มเท่านั้น ความคืบหน้าในการดำาเนินการแต่อย่างใด (3.3) การกำาหนด
บทลงโทษที่รุนแรงมากขึ้นแก่แรงงานข้ามชาติที่เข้าเมือง
ส่วนที่ 2 อุตสาหกรรมสัตว์ปีกกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ผิดกฎหมาย (ทำาให้แรงงานบางส่วนเดินทางกลับประเทศ
1) อุตสาหกรรมสัตว์ปีกเป็นอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ต้นทาง) และ (3.4) การเปิดศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ
ที่ใหญ่ที่สุดของไทย มีปัจจัยความสำาเร็จในช่วงที่ผ่านมา (One Stop Service: OSS) ทำาให้แรงงานข้ามชาติ
โดย (1.1) การปรับรูปแบบไปสู่การเป็นฟาร์มขนาดใหญ่ ที่เดินทางมายังประเทศไทยโดยส่วนใหญ่ได้รับการ
มากยิ่งขึ้น (1.2) การพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตและการลงทุน ขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย และสามารถติดตามตรวจสอบ
ส่งเสริมโดยธุรกิจขนาดใหญ่ และ (1.3) การปรับตัว ได้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น เป็นต้น
เพื่อให้สินค้าของอุตสาหกรรมเป็นที่ยอมรับในระดับโลก
ส่วนที่ 3 ช่องว่างทางกติกาในการกำากับดูแล
2) ที่ผ่านมา อุตสาหกรรมสัตว์ปีกเผชิญความท้าทาย 1) หลักการสิทธิมนุษยชนสากลส่วนใหญ่เป็นหลัก
ต่าง ๆ มาโดยตลอด แต่ก็มีการปรับตัว/พัฒนารูปแบบ ปฏิบัติแบบทั่วไป และมิได้มีสภาพบังคับในตัวเอง
การผลิตในอุตสาหกรรมอยู่ตลอดเวลา โดยหลังจาก นอกจากนั้นระบบการบังคับใช้กฎหมายภายนอกและ
ที่เผชิญกับวิกฤตไข้หวัดนกระบาดในเอเชีย เมื่อปี 2548 ภายในของประเทศไทยก็มีลักษณะทวินิยม (dualism)
อุตสาหกรรมสัตว์ปีกในประเทศไทยได้นำาระบบฟาร์ม ซึ่งการผูกพันใด ๆ ของกฎหมายหรือข้อตกลงระหว่าง
แบบปิด (compartment) มาใช้ในกระบวนการผลิต ประเทศจะเกิดขึ้นและมีกระบวนการติดตาม บังคับใช้
เป็นรายแรกของโลก นอกจากนั้นยังนำาระบบความปลอดภัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ จำาเป็นต้องอาศัยการแก้ไข
ทางชีวอนามัย (biosecurity) มาใช้เป็นมาตรการสำาคัญ การตรา การบังคับใช้กฎหมายภายในประเทศก่อน
จนทำาให้ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกของประเทศไทยได้รับ โดยเบื้องต้น
การยอมรับจากทั่วโลก โดยประเทศไทยเป็นผู้ส่งออก

