Page 17 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 17
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand 16
3. สถานการณ์ ในรายงานฉบับนี้ กสม. ได้น�าเสนอประเด็นสิทธิมนุษยชนของประชากร
ด้านสิทธิมนุษยชน 5 กลุ่ม ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ สตรี ซึ่งรวมถึงความเท่าเทียมระหว่างเพศ
ของกลุ่มบุคคล และผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิ ซึ่งประกอบด้วยกลุ่มแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ
คนไร้รัฐ/ไร้สัญชาติ และผู้แสวงหาที่พักพิง
ในปี 2562 รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มีการด�าเนินงานเพื่อ
ส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของเด็กตามอนุสัญญา CRC และรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ให้ดียิ่งขึ้นโดยมีผลการด�าเนินงานที่
เป็นรูปธรรมในการลดอัตราการเสียชีวิตของเด็ก การพัฒนาเด็กปฐมวัย และ
การปราบปรามการแสวงประโยชน์ทางเพศต่อเด็ก ส่วนในด้านการใช้ความรุนแรง
ต่อเด็ก และการแสวงประโยชน์ทางเพศจากเด็ก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความ
พยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่องและมีความคืบหน้าในระดับหนึ่ง
รัฐได้มีการเตรียมรองรับประชากรสูงอายุที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
โดยการจัดให้มีระบบการออมเพื่อวัยเกษียณแบบสมัครใจส�าหรับกลุ่มที่ยังไม่มี
ระบบสวัสดิการทางการใด ๆ และมีมาตรการส่งเสริมและคุ้มครองประชากร
สูงอายุ ทั้งการจ่ายเบี้ยยังชีพ การส่งเสริมการมีงานท�า การจัดบริการสุขภาพ
และการช่วยเหลือผู้สูงอายุที่ถูกละเมิดสิทธิ แต่การด�าเนินงานในบางด้านยังมี
ข้อจ�ากัด เช่น การเตรียมความพร้อมของกลุ่มแรงงานนอกระบบซึ่งส่วนใหญ่
ยังไม่อยู่ในระบบสวัสดิการใด การจัดบริการสุขภาพที่ยังไม่ตอบสนองต่อการ
เจ็บป่วยของผู้สูงอายุอย่างทั่วถึง และการยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนในการป้องกัน
การท�าร้าย การทอดทิ้ง หรือการล่วงละเมิดผู้สูงอายุ
ส่วนคนพิการยังมีอุปสรรคในการเข้าถึงสิทธิตามกฎหมายส่งเสริมและ
พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการปี 2550 และอนุสัญญา CRPD ในหลายด้าน
โดยเฉพาะด้านการศึกษา การมีงานท�า และการเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะ
เนื่องจากการขาดแคลนอุปกรณ์สิ่งอ�านวยความสะดวกต่าง ๆ ที่จ�าเป็นต่อการ
เข้าถึงสิทธิและการด�ารงชีวิตซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมตามความมุ่งหมายของ
อนุสัญญา CRPD อย่างไรก็ดี ในปี 2562 รัฐบาลได้มีการแสดงเจตนารมณ์ที่จะ
ส่งเสริมสิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในหลายโอกาส และมีการเปิดให้
คนพิการและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการด�าเนินงานของภาครัฐ
รัฐบาลได้มีความพยายามส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิสตรีอย่างต่อเนื่อง
แต่การด�าเนินการบางด้านยังไม่เห็นผลชัดเจนนัก เช่น การกระท�ารุนแรง
ในครอบครัวที่สถิติผู้หญิงที่ถูกกระท�ารุนแรงยังคงระดับใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
การขาดมาตรการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ นอกจากนี้ องค์กรภาคประชาสังคมยังมี
ความกังวลต่อการให้ความส�าคัญกับการคุ้มครองสถาบันครอบครัว โดยการ
ไกล่เกลี่ยปัญหาการใช้ความรุนแรงในครอบครัวที่ท�าให้สตรีมีความเสี่ยงจะถูก
กระท�ารุนแรงซ�้า ในด้านการขจัดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ได้มีการปรับ
หลักสูตรการเรียนการสอนในเรื่องความหลากหลายทางเพศและสุขภาวะทางเพศ
เพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องดังกล่าวแก่กลุ่มเด็กและเยาวชนในวงกว้าง

