Page 14 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 14

13                             รายงานผลการประเมินสถานการณ์
                                                                                       ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๒





                                                                                           บทสรุป

                                                                                           ผู้บริหาร









                    การจัดท�ารายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศ เป็นการด�าเนินการตามหน้าที่
              และอ�านาจที่บัญญัติในมาตรา 247 (2) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และมาตรา 26 (2)
              แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 ในการจัดท�ารายงาน
              ดังกล่าว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ประมวลข้อมูลจากเหตุการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น
              ในปี 2562 ข้อมูลจากภาคเอกชน ภาคประชาชน การด�าเนินการของหน่วยงานรัฐ และข้อมูลจากการปฏิบัติงาน

              ของ กสม. รวมทั้งได้จัดการรับฟังความเห็นจากฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง การลงพื้นที่สังเกตการณ์และเก็บข้อมูลในบางกรณี
              แล้วน�าข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์และพิจารณาเปรียบเทียบกับสิทธิต่าง ๆ ที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ กฎหมายภายใน
              และหนังสือสัญญาที่ประเทศไทยเป็นภาคีและมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตาม เพื่อประเมินสถานการณ์สิทธิในแต่ละด้าน
              และจัดท�าข้อเสนอแนะ โดยได้แบ่งการประเมินสถานการณ์ออกเป็น 4 ด้านตามขอบเขตของสนธิสัญญาระหว่าง
              ประเทศด้านสิทธิมนุษยชนและประเด็นสิทธิมนุษยชนที่ส�าคัญในบริบทของประเทศไทย ได้แก่ (1) ด้านสิทธิพลเมือง
              และสิทธิทางการเมือง (2) ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม (3) ด้านสิทธิมนุษยชนของกลุ่มบุคคล และ
              (4) ประเด็นสิทธิมนุษยชนที่อยู่ในความห่วงใย ดังมีสาระส�าคัญโดยสรุปดังนี้


              1.                                     มีประเด็นที่ส�าคัญ ได้แก่ การเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน
                   สถานการณ์
                   ด้านสิทธิพลเมือง            ปัญหาการกระท�าทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย และการใช้เสรีภาพ
                   และสิทธิทาง                 ในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ
                   การเมือง                          ในปี 2562 รัฐบาลได้ส่งเสริมการเข้าถึงความยุติธรรมของประชาชน

                                               ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการช่วยเหลือให้ผู้ต้องหาหรือจ�าเลยที่ไม่มี
                                               หลักทรัพย์เพียงพอได้รับการปล่อยชั่วคราวระหว่างการด�าเนินคดี นอกจากนี้
                                               มีการปรับปรุงประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 161/1
                                               เพื่อคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนจากการถูกฟ้องคดีโดยไม่สุจริตหรือ
                                               โดยบิดเบือนข้อเท็จจริง มีการยกเลิกประกาศ คสช. เกี่ยวกับการพิจารณาคดี
                                               ในศาลทหารและให้โอนคดีไปยังศาลยุติธรรม และมีความพยายามแก้ปัญหา

                                               เรือนจ�าแออัด โดยการตั้งคณะกรรมการก�าหนดแนวทางการลดความแออัด
                                               ของผู้ต้องขังในเรือนจ�า อย่างไรก็ดี ยังมีรายงานว่ามีการฟ้องร้องชาวบ้าน
                                               และบุคคลอื่นที่ด�าเนินงานด้านสิทธิมนุษยชน มีนักเคลื่อนไหวทางการเมือง
                                               ที่ถูกท�าร้ายซ�้าโดยไม่มีความคืบหน้าเกี่ยวกับการด�าเนินคดีเท่าที่ควร และยังมี
                                               ความล่าช้าในการโอนคดีจากศาลทหารไปยังศาลยุติธรรม

                                                     ในด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกระท�าทรมานและบังคับบุคคล
                                               ให้สูญหาย มีความคืบหน้าในการเสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและ
                                               ปราบปรามการทรมานและการกระท�าให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ต่อสภา
                                               ผู้แทนราษฎร รัฐบาลได้ให้ความร่วมมือกับคณะท�างานว่าด้วยการหายสาบสูญ
   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18   19