Page 15 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2562
P. 15
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
National Human Rights Commission of Thailand 14
โดยถูกบังคับฯ ของสหประชาชาติ รวมถึงได้มีการสืบสวนคดีนายพอละจี รักจงเจริญ หรือบิลลี่ จนมีความคืบหน้าที่ส�าคัญ
ส่วนสถานการณ์ด้านการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ โดยทั่วไปพบว่า ประชาชนสามารถ
ใช้เสรีภาพดังกล่าวได้โดยไม่ถูกแทรกแซงจากรัฐอันเป็นผลจากการยกเลิกค�าสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ห้ามการชุมนุม
ทางการเมืองตั้งแต่ปลายปี 2561 และการยกเลิกประกาศ คสช. ที่ให้สื่องดเว้นการน�าเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นการ
วิพากษ์วิจารณ์ในปี 2562 ส่วนการด�าเนินคดีกรณีการแสดงความเห็นของนักเคลื่อนไหวทางการเมืองตามพระราชบัญญัติ
ว่าด้วยการกระท�าผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พบว่า ยังมีอยู่บ้างแต่ไม่มากเมื่อเทียบกับ
ปี 2561 ส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการเผยแพร่ข้อความเท็จและการหลอกลวงประชาชน อย่างไรก็ดี องค์กร
ภาคประชาสังคม ยังคงมีข้อห่วงกังวลเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอันเนื่องมาจากความไม่ชัดเจนของถ้อยค�า
บางค�าที่อาจน�าไปสู่การตีความและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่
ในประเด็นที่เกี่ยวกับสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กสม. ได้มีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงาน
ที่เกี่ยวข้อง เช่น การปรับปรุงระเบียบหรือแนวปฏิบัติที่เป็นอุปสรรคในการขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรม
การคุ้มครองนักปกป้องสิทธิมนุษยชนที่ด�าเนินกิจกรรมด้วยสันติวิธีจากการถูกข่มขู่คุกคามหรือท�าร้าย การเร่งโอนคดีที่
ยังเหลืออยู่ที่ศาลทหารไปยังศาลยุติธรรมให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว การเร่งพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม
การทรมานและการกระท�าให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... โดยค�านึงถึงความสอดคล้องตามอนุสัญญา CAT เพื่อให้มีผลบังคับ
ใช้โดยเร็ว และรัฐบาลควรลดข้อห่วงกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมายที่มีบทบัญญัติ
เป็นการจ�ากัดการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมโดยสงบ เช่น พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระท�า
ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 ที่แก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและ
กิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 และพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558
2. มีประเด็นที่ส�าคัญ ได้แก่ สิทธิในการมีงานท�าและความคุ้มครองทางสังคม
สถานการณ์
ด้านสิทธิทาง สิทธิด้านการศึกษา สิทธิด้านสุขภาพ และประเด็นสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับการ
เศรษฐกิจ สังคม ประกอบธุรกิจ
และวัฒนธรรม ในปี 2562 พบว่า รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการจ้างงานในกลุ่มประชากร
ที่อาจเข้าถึงโอกาสในการท�างานน้อยกว่าประชากรทั่วไป เช่น กลุ่มแรงงาน
นอกระบบ มีการตรากฎหมายใหม่เพื่อคุ้มครองแรงงานในภาคประมงและ
ห้ามการบังคับใช้แรงงาน อย่างไรก็ดี ปัญหาการค้าระหว่างประเทศส่งผลให้มี
การปิดโรงงานหลายแห่งโดยค้างการจ่ายค่าจ้างและมีการเลิกจ้างแรงงาน การน�า
ปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในภาคธุรกิจอาจท�าให้มีการเลิกจ้างงานมากขึ้น และพบว่า
มีปัญหาเกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิแรงงานของพนักงานจ้างเหมาบริการของ
ภาครัฐ และการปรับปรุงกฎหมายแรงงานสัมพันธ์ซึ่งยังอยู่ระหว่างการด�าเนินการ
ในด้านการคุ้มครองทางสังคม มีการปรับปรุงสิทธิประโยชน์แก่แรงงาน
ตามกฎหมายประกันสังคมเป็นระยะ และรัฐบาลได้ด�าเนินการให้แรงงานนอกระบบ
ได้รับความคุ้มครองทางสังคมตามมาตรา 40 ของกฎหมายประกันสังคมหรือ
การสมัครเป็นสมาชิกกองทุนออมแห่งชาติได้ตามความสมัครใจ แต่ยังมีแรงงาน
นอกระบบที่สมัครใจเข้าสู่ระบบคุ้มครองดังกล่าวค่อนข้างน้อย นอกจากนี้ รัฐบาล
มีนโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในชุมชนแออัดให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและ
เข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐาน

