Page 22 - รายงานสรุป "เวที กสม. พบประชาชน" ภาคกลาง (รวมภาคตะวันออกและภาคตะวันตก) : ณ พื้นที่เรียนรู้ 5 แห่ง และโรงแรมอิมพีเรียล พัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี
P. 22
วันที่สอง (วันพฤหัสบดีที่ 2๗ กรกฎาคม 2559)
ส!วนที่สาม พิธีเปpดการจัดเวที กสม. พบประชาชน และการแสดงวิสัยทัศน8/มุมมองการทํางานด0าน
สิทธิมนุษยชน
เด็กและเยาวชนโรงเรียนเมืองพัทยา ๖ นําเสนอศิลปวัฒนธรรม “การเล นกลองยาวเถิดเทิง”
เพื่อสร4างอรรถรสของการสัมมนาให4มีความครื้นเครง โดยการแสดงนี้ มีผู4สันนิษฐานว าเป นของชาวเมียนมาร
(พม า) ที่นิยมเล นกันมาก อน เมื่อครั้งที่เข4าทําสงครามกับประเทศไทยในสมัยกรุงธนบุรี หรือต4นกรุง
รัตนโกสินทร เวลาพักรบพวกทหารพม าก็เล นสนุกสนานด4วยการเล นต างๆ ซึ่งทหารพม าบางพวกก็เล น “กลอง
ยาว” และกลายมาเป นการละเล นของคนไทย ทั้งนี้ ยังมีเพลงดนตรีเพลงหนึ่งซึ่งดนตรีไทยนํามาใช4บรรเลง มี
ทํานองเป นเพลงพม าเรียกกันมาแต เดิมว า “เพลงพม ากลองยาว” ต อมาได4มีผู4ปรับเป นเพลงระบํา กําหนดให4ผู4
รําแต งตัวใส เสื้อนุ งโสร งตา ศีรษะโพกผ4าสีต างๆ มือถือขวานออกมาร ายรําเข4ากับจังหวะเพลงที่กล าวนี้ จึงเรียก
เพลงนี้กันอีกชื่อหนึ่งว า “เพลงพม ารําขวาน” ในขณะที่อีกความหนึ่งมีผู4กล าวว า การเล นเทิงบ4องกลองยาวนี้
เพิ่งเข4ามาในเมืองไทยเมื่อสมัยรัชกาลที่ 4 กรุงรัตนโกสินทร มีกลุ มเมียนมาร (พม า) พวกหนึ่งนําเข4ามาใน
รัชกาลนั้น มีบทร4องกราวรํายกทัพพม า และเมื่อชาวไทยเห็นเป นการละเล นที่สนุกสนานและเล นได4ง าย ก็เลย
นิยมเล นกันแพร หลายจนตราบทุกวันนี้ กลองยาวที่เล นกันในวงหนึ่ง ๆ มีเล นกันหลายลูกมีสายสะพายเฉวียง
บ าของผู4ตี ลักษณะรูปร างของกลองยาวขึงหนังด4านเดียวอีกข4างหนึ่งเป นหางยาว และบานออกในด4านปลาย
การละเล นประเภทนี้ว า เถิดเทิง เทิงบ4องนั้น คงเรียกตามเสียงกลองยาว กล าวคือ มีเสียงเมื่อเริ่มตีเป น
จังหวะ หูคนไทยได4ยินเป นว า “เถิด-เทิง-บ4อง-เทิง-บ4อง” ก็เลยเรียกตามเสียงที่ได4ยินว าเถิดเทิง หรือเทิงบ4อง
กลองยาวตามกันไป เพื่อให4ต างกับการเล นอย างอื่น
นายชายชาญ เอี่ยมเจริญ รองผู"ว าราชการจังหวัดชลบุรี กล าวต4อนรับ กสม. และผู4เข4าร วม
การประชุม โดยสรุปว า
“เวที กสม. พบประชาชนในครั้งนี้ มีโอกาสได%ต%อนรับพี่น%องประชาชน ผู%แทนของภาคส-วน
ต-างๆ โดยทาง กสม. มีองค@ประกอบที่แตกต-างหลากหลาย อีกทั้งในส-วนการปฏิบัติหน%าที่
ตามวิชาชีพแล%ว ท-านประธาน กสม. (นายวัส ติงสมิตร) ก็เคยเป7นผู%พิพากษาที่จังหวัดชลบุรี
ระหว-างปL ๒๕๒๙-๒๕๓๑ และเป7นอาจารย@ผู%สอนวิชาการด%านกฎหมายในหลายๆ สถาบัน
ทําให%มีความผูกพันเชื่อมโยงกับพื้นที่และชุมชนดังกล-าว โดยชลบุรีมีความโดดเด-นด%าน
สถานที่ตั้งทั้งจุดผ-านไปภาคตะวันออก และเป7นเมือง ๑ ใน ๓ ของระเบียงเขตเศรษฐกิจ
(EEC) มีการลงทุนเรื่องโครงสร%างพื้นฐาน การพัฒนาสนามบินอู-ตะเภาเป7นสนามบิน
พาณิชย@แห-งที่ ๓ รองรับการบินพาณิชย@ และมีท-าเรือขนาดใหญ-ที่จุกเสม็ด ตําบลช-อง
แสมสาร อําเภอสัตหีบ จ.ชลบุรี เป7นเมืองที่รองรับการเติบโต มีความสําคัญต-างๆ นอกจาก
อุตสาหกรรม การท-องเที่ยว และการเกษตรแล%ว พื้นที่ทั้ง ๑๑ อําเภอยังมีความแตกต-าง
หลากหลาย มีผลิตภัณฑ@ต-างๆ การเติบโตทั้งการขนส-ง โลจิสต@ติกส@ ท-าเรือแหลมฉบัง
โครงการที่ ๑ และ ๒ ในขณะที่โครงการที่ ๓ กําลังดําเนินการ มีการลงทุนงบประมาณการ
ต-อเชื่อมระหว-างเส%นมอเตอร@เวย@ไปยังสนามบินอู-ตะเภา มีการเวนคืนที่ดินจํานวนหนึ่งที่อยู-
ในเขต สปก. ในแนวต-อระหว-างเส%น ๗ กับสนามบิน
รายงานสรุปเวที กสม. พบประชาชนภาคกลาง/ตะวันออก/ภาคตะวันตก (๒๗-๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๙) หน%า 21 จาก 39

