Page 18 - รายงานการศึกษา ปัญหาและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนจากนโยบายของรัฐบาลในการประกาศสงครามต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติด เมื่อปี พ.ศ. 2546
P. 18
บทน ำ
๑. ควำมส ำคัญของปัญหำ
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่ทั่วโลกให้ความส าคัญ และพยายามร่วมมือกันต่อต้าน
แม้ภาครัฐในประเทศต่างๆ จะมีมาตรการเชิงรุกในการปราบปราบกระบวนการค้ายาเสพติด
อย่างเข้มงวด แต่ปัญหายาเสพติดก็ยังเป็นปัญหาใหญ่ในสังคม ปริมาณการค้ายาเสพติดก็ยังมิได้
ลดน้อยลง ดังนั้น ปัญหายาเสพติดไม่ใช่ปัญหาของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบ
กับทุกภาคส่วนในวงกว้าง และเป็นสาเหตุส าคัญที่ก่อให้เกิดปัญหาในสังคมต่างๆ ตามมาอย่างมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นปัญหาอาชญากรรม ความรุนแรงต่างๆ ซึ่งน ามาซึ่งความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน
ดังนั้น การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่งหรือประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ
แต่เป็นหน้าที่ของทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันสอดส่องดูแลการแพร่ระบาดของยาเสพติด
แต่ในการปราบปรามยาเสพติดนั้นจ าเป็นจะต้องมีมาตรการที่เหมาะสมทั้งในการ
ป้องกัน ปราบปราม และฟื้นฟูสมรรถภาพผู้เสพยาเสพติดเพื่อให้สามารถกลับเข้ามาใช้ชีวิตปกติได้
ในสังคมร่วมกับบุคคลทั่วไป การใช้มาตรการรุนแรงในการปราบปรามยาเสพติดมักจะได้ผลเพียง
ในระยะสั้น และยังเกิดปัญหาและผลกระทบอื่นๆ อีกมากมาย โดยในประเทศไทยเมื่อวันที่
๒ มกราคม ๒๕๔๖ คณะรัฐมนตรีภายใต้การน าของ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
ในขณะนั้น ได้มีมติก าหนดนโยบายปราบปรามยาเสพติดและก าหนดให้เป็น “วาระแห่งชาติ”
ตามที่นายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเสนอ และต่อมาเมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๔๖ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร
ได้พูดทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ผ่านรายการทักษิณคุยกับประชาชน ความตอนหนึ่งมีว่า
“...เรื่องการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ ผมได้เตรียมปรับขบวนในการที่จะท าสงครามยาเสพติด
อย่างรุนแรงเต็มที่ในปีนี้...” หลังจากนั้น พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ได้มอบหมายให้หัวหน้าส่วนราชการ
ที่เกี่ยวข้องรับนโยบายดังกล่าวไปปฏิบัติการ และต่อมาวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๔๖ พ.ต.ท. ทักษิณ
ชินวัตร ได้ประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดดังกล่าวใน “พิธีประกาศสงครามขั้นแตกหัก
เพื่อเอาชนะยาเสพติด” ณ ลานพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ความตอนหนึ่งมีว่า “...ผมขอ
ประกาศตัวเป็นแม่ทัพใหญ่ในการท าสงครามขั้นแตกหักกับยาเสพติด และให้ถือเป็นวาระแห่งชาติ
ที่ชาวไทยทุกคนต้องผนึกก าลังร่วมรบชนิดตาต่อตาฟันต่อฟันเพื่อปราบปรามยาเสพติดให้หมดสิ้นไป
จากสังคมไทย โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกฝ่ายต้องปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
อย่างเข้มงวดกวดขันและจริงจัง”
ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ภายหลังจากการประกาศนโยบายปราบปรามยาเสพติดของ
รัฐบาลและการมอบนโยบายแก่เจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อน าไปปฏิบัติดังกล่าวข้างต้น ในช่วงระหว่าง
เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน ๒๕๔๖ (ช่วงเวลาของการปฏิบัติการตามนโยบายปราบปราม
ยาเสพติด) มีคดีฆาตกรรมเกิดขึ้นเป็นจ านวน ๒,๖๐๔ คดี และมีผู้เสียชีวิตจ านวนทั้งสิ้น ๒,๘๗๓ คน
ซึ่งเป็นจ านวนที่สูงผิดปกติเมื่อเปรียบเทียบคดีฆาตกรรมในช่วงเวลาเดียวกันก่อนการด าเนินนโยบาย

