Page 92 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559
P. 92
(๒) การประชุมเพื่อพิจารณารายงานของประเทศไทย เป็นการประชุมในลักษณะ interactive dialogue
โดยคณะกรรมการฯ ได้ซักถามเกี่ยวกับการด�าเนินงานของหน่วยงานไทยในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของคนพิการตาม
ข้อบทต่าง ๆ ของอนุสัญญาฯ สลับกับการชี้แจงของคณะผู้แทนไทย ซึ่งน�าโดยปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง
ของมนุษย์ ทั้งนี้ นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและผู้แทนส�านักงาน กสม. ในฐานะกลไกอิสระ
ในการติดตามการด�าเนินงานตามข้อ ๓๓ วรรคสองของอนุสัญญาฯ ได้กล่าวถ้อยแถลงทั้งในช่วงเปิดและปิดการประชุมด้วย
โดยระบุถึงปัญหาของคนพิการในประเทศไทยในประการแรก ได้แก่ การศึกษา เนื่องจากความไม่พร้อมที่จะให้การศึกษาแก่
คนพิการ ทั้งในด้านบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจ และงบประมาณ ปัญหาการฟื้นฟูสมรรถภาพด้านการแพทย์ การจ้างงาน
รวมทั้งมาตรฐานการครองชีพของคนพิการ โดยเฉพาะคนพิการที่อยู่ในครอบครัวยากจน ซึ่งการเข้าร่วมพิจารณารายงานของ
ประเทศไทยครั้งนี้เป็นประโยชน์ต่อการท�างานของ กสม. ซึ่งจะได้ติดตามข้อเสนอแนะที่คณะกรรมการ CRPD มีต่อรัฐบาลไทย
โดยร่วมกับองค์การคนพิการ องค์การภาคประชาสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยจะให้ความส�าคัญกับการแก้ไขพระราช
บัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ การมีส่วนร่วมของคนพิการ การคุ้มครองคนพิการจากการถูก
เลือกปฏิบัติซ�้าซ้อน และการขจัดการตีตราคนพิการ
๒) การจัดท�ารายงานคู่ขนานการปฏิบัติตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
(International Covenant on Civil and Political Rights – ICCPR)
รายงานคู่ขนานของ กสม. ได้เน้นเรื่องการด�าเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประจ�ากติกา
ICCPR มาตรการทั่วไปเพื่อรองรับการด�าเนินการตามกติกา ICCPR เหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองในประเทศไทยในช่วง
ปี ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๖ - ๒๕๕๗ สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ สิทธิในกระบวนการยุติธรรม การพิจารณา ผลการดำ เนินงานปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๙
ทบทวนการใช้โทษประหารชีวิต การปฏิบัติต่อผู้โยกย้ายถิ่นฐาน/ผู้แสวงหาที่พักพิง ปัญหาสิทธิและสถานะบุคคลของคนไร้รัฐ
ไร้สัญชาติ และคนไทยพลัดถิ่น ปัญหาการค้ามนุษย์ และผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชน รวมทั้งข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ กสม.
มีต่อรัฐบาล เช่น การพิจารณาทบทวนบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพ โดยให้มีการก�าหนดหลักการ
ที่รับรองและคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนและให้มีการรองรับสิทธิชุมชนที่ชัดเจนในท�านองเดียวกับ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ฉบับพุทธศักราช ๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ การบังคับใช้พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก
เฉพาะในสถานการณ์ที่คุกคามความอยู่รอดของชาติตามข้อ ๔ ของกติกา ICCPR อย่างเคร่งครัด การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม บทที่
๓
หากพบว่าเจ้าหน้าที่รัฐกระท�าผิดต้องมีการลงโทษทั้งทางวินัยและอาญาอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดวัฒนธรรมการไม่ต้อง
รับโทษ การด�าเนินการลดและยกเลิกโทษประหารชีวิตอย่างมีขั้นตอนโดยพิจารณาทบทวนกฎหมายที่มีโทษประหารชีวิตและ
จ�ากัดให้มีโทษดังกล่าวเฉพาะคดีอุกฉกรรจ์ตามข้อ ๖ วรรคสองของกติกา ICCPR การพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายคนเข้าเมือง
เพื่อให้มีการจ�าแนกสถานะทางกฎหมาย มีการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม ยกเลิกโทษทางอาญาและการคุมขังผู้อพยพกลุ่มต่าง ๆ
ควรเป็นทางเลือกสุดท้าย การส่งกลับต้องด�าเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งกฎหมายระหว่างประเทศและกฎหมาย
ภายใน การเร่งรัดกระบวนการให้สัญชาติและสถานะเป็นผู้อาศัยในประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายแก่ผู้หลบหนีเข้าเมืองที่
เป็นคนไร้รัฐ/ไร้สัญชาติตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาล และการให้ความส�าคัญกับการปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างต่อเนื่อง
เร่งรัดการด�าเนินคดีให้มีระยะเวลาที่สั้นลง ติดตามผลการด�าเนินมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์เพื่อน�ามาเป็น
แรงงานในภาคประมงอย่างจริงจัง ทั้งนี้ คณะกรรมการประจ�ากติกา ICCPR จะพิจารณารายงานของไทยระหว่างวันที่
๑๓ – ๑๔ มีนาคม ๒๕๖๐ ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส และจะมีข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยเพื่อน�าไปปฏิบัติต่อไป
๓) การจัดท�ารายงานคู่ขนานการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ
(Convention on the Elimination of All Forms of Discrimination against Women: CEDAW)
รายงานคู่ขนานของ กสม. ได้เน้นเรื่องการปฏิรูปกฎหมายตามพันธกรณีในอนุสัญญา CEDAW กฎหมายที่ยัง
ไม่เป็นไปตามพันธกรณีที่ประเทศไทยมีต่ออนุสัญญา CEDAW กลไกระดับชาติเพื่อความก้าวหน้าของสตรี ความรุนแรง
ต่อสตรีและเด็กหญิง การค้าและการแสวงหาประโยชน์จากสตรีและเด็กหญิง การคุ้มครองแรงงานสตรี สตรีมุสลิมในสาม
ร�ยง�นผลก�รปฏิบัติง�นคณะกรรมก�รสิทธิมนุษยชนแห่งช�ติ 83 ประจำ�ปีงบประม�ณ พ.ศ. ๒๕๕๙

