Page 147 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 147
อุทยานแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยให้มีการปรับปรุงแก้ไขแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน
ผลมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว ได้นำาไปสู่การดำาเนินการแก้ไขปัญหา ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๑ อำาเภอ
และจังหวัด ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่อุทยาน และผู้นำาชุมชน สำารวจปรับปรุงแนวเขตอุทยาน
แห่งชาติทับลานใหม่ โดยขยับแนวเขตไม่ให้ทับที่อยู่อาศัยและที่ดินทำากินของประชาชน และทำาการ
การรังวัดให้ได้แนวเขตที่ชัดเจน ในปี พ.ศ.๒๕๔๓ ซึ่งเป็นแนวเขตที่เป็นที่ยอมรับร่วมกันของทุกฝ่าย
ทั้งประชาชนและส่วนราชการ
แต่ต่อมารัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๑ ยกเลิกมติ
คณะรัฐมนตรีก่อนหน้า รวมทั้งมติคณะรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ทำาให้ปัญหา
แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานทับซ้อนแนวเขตปฏิรูปที่ดิน ที่อยู่อาศัย และที่ดินทำากิน เป็นปัญหา
สืบเนื่องมาถึงปัจจุบัน
นอกจากปัญหาการทับซ้อนแนวเขตดังกล่าวแล้ว ด้วยสภาพอากาศและระยะทางที่ไม่ไกล
จากกรุงเทพมหานคร ประกอบกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๕
เป็นต้นมา ทำาให้พื้นที่อำาเภอวังนำ้าเขียว มีบุคคลภายนอกเข้าไปซื้อที่ดินต่อจากเกษตรกร ก่อสร้างบ้านพัก
และรีสอร์ทจำานวนมาก
(2) ความเป็นมาและสภาพปัญหา ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
และกระบวนการแก้ไขปัญหาของรัฐที่ผ่านมา
ความเป็นมาและสภาพปัญหา
อำาเภอวังนำ้าเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีพื้นที่ประมาณ ๗๐๖,๒๔๓ ไร่ เป็นพื้นที่อุทยาน
แห่งชาติและพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ประมาณ ๔๓๐,๐๐๐ ไร่ หรือประมาณ ๖๐% ของพื้นที่ใน
อดีตที่ผ่านมา พื้นที่อำาเภอวังนำ้าเขียวเป็นเขตเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์ ในช่วงตั้งแต่ปี
พ.ศ.๒๕๑๐ - ๒๕๓๐ มีการให้สัมปทานทำาไม้ในพื้นที่อำาเภอวังนำ้าเขียว ทำาให้สภาพป่าเสื่อมโทรม
ประชาชนส่วนใหญ่จากหลายพื้นที่หลายจังหวัด ทั้งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ ได้
อพยพเข้ามาจับจองพื้นที่ทำาการเกษตรปลูกข้าวโพด และมันสำาปะหลัง แต่ประสบปัญหาขาดทุนจึง
ขายที่ดินให้แก่ผู้มีฐานะที่เข้ามาซื้อที่ดินเพื่อก่อสร้างบ้านพัก รวมทั้งลงทุนสร้างรีสอร์ทรองรับนักท่องเที่ยว
ตามนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของรัฐบาลและจังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะในช่วงตั้งแต่ปี
พ.ศ.๒๕๔๕ เป็นต้นมา
ปัญหาที่ดินในเขตอำาเภอวังนำ้าเขียวมีความซับซ้อนมาก เนื่องจากหน่วยงานรัฐได้กำาหนดให้
เป็นที่ดินของรัฐประเภทต่างๆ ทับซ้อนกันหลายประเภท ได้แก่ การประกาศป่าสงวนแห่งชาติป่าวังนำ้าเขียว
ปี พ.ศ.๒๕๑๕ เนื้อที่ ๒๙๙,๗๒๒ ไร่ ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาภูหลวง ปี พ.ศ.๒๕๑๖ เนื้อที่ ๗๓๖,๒๕๐ ไร่ และต่อมา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สำานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (๒ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๑๙ และ
146 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

