Page 142 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 142

พื้นที่ก่อนอพยพประชาชนมาอยู่ แต่กลับอพยพประชาชนก่อนแล้วค่อยมาเพิกถอนการหวงห้ามภายหลัง

                 และเมื่อมีการเพิกถอนแล้วมีการกำาหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับซ้อนพื้นที่จัดสรรรองรับการอพยพ
                 ประชาชนจากพื้นที่นำ้าท่วมและหมู่บ้านดั้งเดิม การที่หน่วยงานรัฐปล่อยปัญหาทิ้งไว้ไม่แก้ไขมายาวนาน

                 หลายสิบปี ทำาให้ความต้องการใช้ที่ดินเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของครัวเรือน ซึ่งเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่หน่วยงาน
                 รัฐต้องดำาเนินการแก้ไข


                        ข้อคิดเห็นและข้อเสนอของประชาชน

                         (๑) ประชาชนไม่ได้รับทราบหรือเห็นว่ามีการปักป้ายแนวเขตของอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์

                 ในพื้นที่ และเข้าใจมาโดยตลอดว่าแนวเขตอุทยานแห่งชาติอยู่เส้นขอบอ่างเก็บนำ้า ไม่ได้ทับซ้อนกับพื้นที่
                 เพิกถอนตามพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนสภาพที่ดินที่ได้หวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ในราชการทหาร พ.ศ.

                 ๒๕๒๙ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับการอพยพประชาชนที่ถูกนำ้าท่วมจากเขื่อนศรีนครินทร์
                         (๒) การประกาศอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ไม่มีการแจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ

                 เพราะไม่มีการติดป้ายประกาศให้อำาเภอ กำานัน ผู้ใหญ่บ้านได้รับทราบ

                         (๓)   แนวเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ที่ประกาศทับซ้อนกับพื้นที่เพิกถอน ตามพระราช
                 กฤษฎีกาเพิกถอนสภาพที่ดินที่ได้หวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ในราชการทหาร พ.ศ.๒๕๒๙ ทำาให้ประชาชน

                 เสียสิทธิในการได้รับเอกสารสิทธิที่ดิน และทับซ้อนชุมชนดั้งเดิม เช่น ตำาบลแม่กระบุงไม่ถูกกันออกจาก

                 เขตอุทยานแห่งชาติ
                         (๔) ประชาชนยืนยันว่าแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์คลาดเคลื่อน และเห็นว่า

                 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติฯ ให้ตรงกับสภาพภูมิประเทศจริง

                 อันเป็นแนวทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอำาเภอศรีสวัสดิ์

                        4.1.2 กรณีแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนที่ดินท�ากิน พื้นที่บ้านตากแดด

                 ต�าบลยางหัก อ�าเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี

                         (1) ปัญหาการทับซ้อนแนวเขตที่ดินของรัฐในพื้นที่


                               บ้านตากแดดเป็นชุมชนชาวกะเหรี่ยงดั้งเดิม ก่อนประกาศป่าสงวนแห่งชาติปี พ.ศ.๒๕๒๗

                 จากหลักฐานการตั้งหมู่บ้าน ตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๙ และเอกสารแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑) พื้นที่
                 อยู่อาศัย ปี พ.ศ.๒๔๙๘ ต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๑ ได้มีพระราชกฤษฎีกากำาหนดที่ดินในท้องที่ตำาบล

                 ห้วยยางโทน อำาเภอท่าหลวง และตำาบลยางหัก อำาเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน
                 แม้ว่าบ้านตากแดดจะอยู่ในพื้นที่จำาแนกเป็นเขตป่าเศรษฐกิจ (โซน E) แต่กรมป่าไม้จำาแนกให้พื้นที่บ้านตากแดด

                 ตำาบลยางหัก เป็นโซน E1 เนื่องจากเป็นพื้นที่ลาดชัน เพื่อกันพื้นที่ไว้ไม่ส่งมอบให้สำานักงานการปฏิรูปที่ดิน

                 เพื่อเกษตรกรรมนำาไปปฏิรูปที่ดิน ทำาให้ชาวบ้านตากแดดไม่ได้รับสิทธิจากการปฏิรูปที่ดิน ดังนั้น
                 การดำาเนินการปฏิรูปที่ดินในพื้นที่ตำาบลยางหักมีลักษณะไม่ต่อเนื่องกัน ที่ดินส่วนใดที่ประชาชนทำากินใน

                 พื้นที่ที่กรมป่าไม้กำาหนดให้เป็น โซน E1 ก็กลายเป็นผู้กระทำาผิดกฎหมาย บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
                 ทำาให้ประชาชนดำารงชีวิตด้วยความไม่มั่นคง




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  141
   137   138   139   140   141   142   143   144   145   146   147