Page 143 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 143

(2) ความเป็นมาและสภาพปัญหา ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจากการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

               และกระบวนการแก้ไขปัญหาของรัฐที่ผ่านมา

                     ความเป็นมาและสภาพปัญหา

                     บ้านตากแดดเป็นชุมชนเชื้อสายกะเหรี่ยง หมู่บ้านเก่าแก่ในตำาบลยางหัก ปรากฏหลักฐานการ
               ปกครอง ตั้งผู้ใหญ่บ้านครั้งแรกตั้งแต่ ปี พ.ศ.๒๔๘๙ ในหมู่บ้านมีเอกสารแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.๑)

               ปี พ.ศ.๒๔๙๘ เฉพาะบริเวณบ้านอยู่อาศัย ต่อมาพื้นที่ตั้งหมู่บ้านและที่ทำากินของชุมชนถูกประกาศเป็น

               ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่นำ้าภาชี ในปี พ.ศ.๒๕๒๗ และต่อมาในปี พ.ศ.๒๕๔๑ ได้มีพระราชกฤษฎีกา
               กำาหนดเขตที่ดินในท้องที่ตำาบลห้วยยางโทน อำาเภอท่าหลวง และตำาบลยางหัก อำาเภอปากท่อ จังหวัด

               ราชบุรี ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ได้ไปแจ้งการถือครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินต่อ
               เจ้าหน้าที่สำานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดราชบุรี ในปี พ.ศ. ๒๕๔๖ ประชาชนรับทราบจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ

               ว่ากำาลังจะดำาเนินการเตรียมประกาศอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจันทับซ้อนพื้นที่ตั้งชุมชน
               และที่ทำากินทั้งหมดที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  (รูปที่ ๔.๓)


                       จากกรณีดังกล่าว ประชาชนบ้านตากแดดได้ร้องเรียนไปยังจังหวัดราชบุรี สำานักงานการปฏิรูป
               ที่ดินจังหวัดราชบุรี นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้หน่วยงานรัฐกันแนวเขต

               ที่อยู่อาศัยและที่ทำากินให้ชัดเจนก่อนประกาศเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน และเพิกถอน

               แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติที่ทับซ้อนที่อยู่อาศัยและที่ทำากินของประชาชน รวมถึงการออกโฉนดที่ดินใน
               พื้นที่ชุมชน และออก ส.ป.ก.๔-๐๑ ในพื้นที่ทำากิน โดยไม่ยอมรับแนวทางตามโครงการสิทธิทำากินของ

               กรมป่าไม้ เนื่องจากชุมชนอยู่มาก่อน แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติประกาศทับซ้อนที่ชุมชนในภายหลัง

                       จากการร้องเรียนของชาวบ้านตากแดด ทำาให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
               กันพื้นที่ทำากินของประชาชนตำาบลยางหักออกจากพื้นที่เตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติไทยประจัน

               แต่ยังคงมีสภาพพื้นที่เป็นป่าสงวนแห่งชาติ อย่างไรก็ดี แม้ว่าตำาบลยางหักจะอยู่ในพื้นที่จำาแนกเป็นเขต

               ป่าเศรษฐกิจ (โซน E) เข้าเงื่อนไขที่กรมป่าไม้สามารถส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวให้กับสำานักงานการปฏิรูปที่ดิน
               เพื่อเกษตรกรรม เพื่อนำาไปปฏิรูปที่ดินให้กับประชาชนได้ แต่กรมป่าไม้ได้กำาหนดให้พื้นที่ตำาบลยางหัก

               เป็นโซน E1 เนื่องจากพื้นที่มีความลาดชัน จึงไม่ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าวให้กับสำานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อ
               เกษตรกรรม และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๑ มีมติไม่มอบพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ

               ให้สำานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไปดำาเนินการปฏิรูปที่ดินอีกต่อไป ทำาให้กรณีพื้นที่
               บ้านตากแดดที่คาดว่าจะเข้าสู่กระบวนการปฏิรูปที่ดินต้องยุติลง


                       แม้จะปรากฏหลักฐานชัดเจนการอยู่อาศัยและถือครองทำาประโยชน์ในที่ดินของชาวบ้าน
               ตากแดดมาก่อนการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ แต่สิทธิดังกล่าวกลับไม่ได้รับการยอมรับจากหน่วยงาน

               รัฐ ดังที่กรมป่าไม้ได้ชี้แจงว่า เนื่องจากที่ดินของประชาชนอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติและไม่มีเอกสารสิทธิ
               ที่ราชการออกให้ตามประมวลกฎหมายที่ดิน ดังนั้น จึงไม่ได้สิทธิและกรมป่าไม้กระทำาได้เพียงออก

               ใบรับรองสิทธิทำากินให้กับประชาชนเท่านั้น ซึ่งประชาชนเห็นว่านโยบายและกฎหมายดังกล่าวละเมิดต่อ
               สิทธิของชาวบ้านที่มีมาก่อนแนวเขตที่ดินของรัฐ




       142     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
   138   139   140   141   142   143   144   145   146   147   148