Page 138 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 138

ให้ดำาเนินการจัดสรรที่ดิน และให้เริ่มอพยพประชาชนใน ปี พ.ศ.๒๕๑๙ - ๒๕๒๐ กระทั่งมีการประกาศ

                 อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ในปี พ.ศ.๒๕๒๔ ทับซ้อนพื้นที่จัดสรรรองรับประชาชนที่ถูกอพยพตาม
                 พระราชกฤษฎีกาเพิกถอนที่ราชพัสดุฯ พ.ศ.๒๕๒๙ ซึ่งขณะนั้น หน่วยงานรัฐยังไม่ทราบว่าแนวเขตอุทยาน

                 แห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ทับซ้อนพื้นที่จัดสรร เพราะหน่วยราชการโดยนายอำาเภอศรีสวัสดิ์ ลงนาม

                 ออกหนังสือรับรองการทำาประโยชน์ (น.ส.๓) ในพื้นที่จัดสรรให้กับประชาชน ตำาบลนาสวนบางส่วน
                 ในปี พ.ศ.๒๕๓๒ - ๒๕๓๓ และในปี พ.ศ.๒๕๔๗ อีกด้วย


                         ทั้งนี้ ประชาชนยังเข้าใจมาโดยตลอดว่าแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์อยู่บริเวณ
                 ขอบอ่างเก็บนำ้าด้านตะวันออก มิได้มีแนวเขตลำ้าทับพื้นที่จัดสรรเพื่อรองรับการอพยพประชาชน ในปี

                 พ.ศ.๒๕๔๑ หน่วยงานกรมป่าไม้ โดยป่าไม้อำาเภอศรีสวัสดิ์ อนุญาตให้เคลื่อนย้ายไผ่รวกซึ่งเป็นไม้ที่มิใช่

                 ไม้หวงห้ามที่ตัดฟันออกจากป่าโปร่งกลาย ตำาบลนาสวน อำาเภอศรีสวัสดิ์ และอยู่นอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ
                 อุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า (หนังสือรับรองไม้ที่มิใช่ไม้หวงห้าม ที่ กจ. ๐๙๑๑/๑๑ ลงวันที่

                 ๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๔๑)

                         กระทั่งเกิดกรณีบ้านสามหลังถูกดำาเนินคดีบุกรุกอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ในปี พ.ศ.๒๕๔๑

                 อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ได้นำากรณีนี้มาพิจารณาว่า แนวเขตอุทยานฯ อยู่บริเวณใด ประชาชน
                 ได้ให้ข้อมูลว่า ได้ถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมดำาเนินคดีมาโดยตลอด จนกระทั่งล่าสุดเจ้าหน้าที่อุทยานฯ

                 เข้าตรวจยึดจับกุม และนำาป้ายอุทยานฯ มาปักในพื้นที่ประชาชนหมู่ ๔ ตำาบลนาสวน จำานวน ๑๓๔ ราย

                 ประชาชนจึงร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ และนำามาสู่การตรวจสอบแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อน
                 ศรีนครินทร์ ตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ พ.ศ.๒๕๒๔ และแนวเขตพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกา

                 เพิกถอนการหวงห้ามที่ราชพัสดุฯ พ.ศ.๒๕๒๙ ซึ่งเป็นพื้นที่จัดสรรในการรองรับการอพยพของประชาชน

                         แม้ว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินทำากินของประชาชนอำาเภอ ศรีสวัสดิ์ ในปี

                 พ.ศ.๒๕๕๔ ก็ตาม แต่ไม่สามารถยุติปัญหาหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

                 ของประชาชนในพื้นที่ได้ ในฝ่ายประชาชนก็ยังมีความเห็นแย้งกับมติของคณะกรรมการฯ ที่ยอมรับว่า
                 แนวเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ทับซ้อนกับพื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนการหวงห้ามที่

                 ราชพัสดุฯ พ.ศ.๒๕๒๙ เพราะทางฝ่ายประชาชนเห็นว่า ประธานคณะกรรมการฯ มิได้มีการพิจารณา

                 เอกสารที่ทางฝ่ายประชาชนพยายามนำามาโต้แย้งว่า แนวเขตอุทยานแห่งชาติศรีนครินทร์มิได้ทับซ้อนกับ
                 พื้นที่ตามพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนการหวงห้ามที่ราชพัสดุฯ พ.ศ.๒๕๒๙ เนื้อที่ประมาณ ๘๑,๐๖๒ ไร่

                 และมติดังกล่าวไม่มีความโปร่งใสและขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนที่เพียงพอ

                         ผลการตรวจสอบจากสภาผู้แทนประชาชน และผู้ตรวจการแผ่นดิน


                         จากการร้องเรียนของประชาชนอำาเภอศรีสวัสดิ์ต่อสภาผู้แทนประชาชน ในปี พ.ศ.๒๕๕๖
                 และผู้ตรวจการแผ่นดิน ในปี พ.ศ.๒๕๕๗ ผลการตรวจสอบของสภาผู้แทนประชาชน และผู้ตรวจการ

                 แผ่นดิน ในเรื่องแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ตามแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาฯ

                 พ.ศ.๒๕๒๔ และข้อเสนอแนะการแก้ไขปัญหา สรุปผลได้ ดังนี้



                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  137
   133   134   135   136   137   138   139   140   141   142   143