Page 45 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 45
ข้อสอง บุคคลชอบที่จะมีสิทธิและเสรีภาพประดาที่ระบุไว้
ในปฏิญญานี้ ทั้งนี้ โดยไม่มีการจำาแนกความแตกต่างในเรื่องใดๆ เช่น
เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา ความเห็นทางการเมือง หรือทางอื่นใด
ชาติหรือสังคมอันเป็นที่มาเดิม ทรัพย์สิน กำาเนิด หรือสถานะอื่นใด
ความข้างต้นนี้อาจจะถือเป็นความหมายของสิทธิมนุษยชนในมุมมอง
ที่เป็นสากลก็ว่าได้ จรัญ โฆษณานันท์ (2545, น. 58) ได้พยายามกำาหนด
ความหมายของสิทธิมนุษยชน โดยยึดฐานคิดและหลักการของสิทธิมนุษยชน
ทั่วไป โดยอธิบายไว้ว่า
“สิทธิมนุษยชน คือ บรรดาสิทธิและเสรีภาพที่มนุษย์ทุกคนมีอยู่
โดยเสมอภาคเท่าเทียมกันด้วยเหตุที่เป็นมนุษย์ โดยถือว่าเป็นสิทธิ
ตามธรรมชาติที่ติดตัวมนุษย์ทุกคนมาตั้งแต่เกิด เป็นสิทธิที่เกิดขึ้นเอง
โดยธรรมชาติในตัวมนุษย์ มิได้เกิดขึ้นโดยการอนุญาตหรือการยินยอม
โดยรัฐหรือผู้ปกครอง และไม่สามารถสละโอน หรือยอมให้พรากไปได้
หากฝ่าฝืนก็เท่ากับเป็นการทำาลายความเป็นมนุษย์ ทำาลายธรรมชาติ
ในตัวเอง หรือทำาให้บุคคลนั้นถูกเปลี่ยนสภาพกลายเป็นสิ่งที่มีค่า
น้อยกว่ามนุษย์ทั่วไป ดังนั้น มนุษย์จึงไม่อาจสูญเสียสิทธิมนุษยชนได้
เพราะมนุษย์ไม่อาจยุติหรือสละซึ่งความเป็นมนุษย์ได้”
บางท่านนิยามสั้นๆ ว่า “สิทธิมนุษยชน หมายถึง สิทธิที่ติดตัวมนุษย์
มาตั้งแต่กำาเนิด ซึ่งไม่สามารถจำาหน่าย จ่าย โอน หรือแจกให้กับผู้หนึ่ง
ผู้ใดได้ สิทธิดังกล่าวนี้มีความเป็นสากลและเป็นนิรันดร”
ในวงการนักวิชาการมุสลิมแล้ว คำาว่า “สิทธิมนุษยชน” ตรงกับคำา
ในภาษาอาหรับว่า (Hukuk alinsan : ) ซึ่งคำาว่า
(Hukuk : ) ในเชิงภาษาแล้วเป็นพหุพจน์ของคำาว่า (Hak : )
ที่หมายความว่า “คือ สิ่งที่ดำารงคงมั่น ยืนหยัดอยู่อย่างแน่นอนโดยไม่สามารถ
คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำาหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 29

