Page 43 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 43
ของอิสลามหลักสำาคัญก็เพื่อเรียกร้อง กอบกู้ สถาปนาสิทธิมนุษยชน
อย่างแท้จริง และบริสุทธิ์จากการแทรกแซงใดๆ ถึงผลประโยชน์แอบแฝง
ของมนุษย์ เป็นการประทานโอกาสแห่งความเป็นมนุษย์ให้กับมนุษย์ทุกคน
ซึ่งการต่อสู้ เรียกร้องและสถาปนาสิทธิมนุษยชนในยุคต้นๆ ของอิสลามนี้
เป็นภารกิจที่สามารถเห็นและสัมผัสได้โดยทั่วไป ดังวาทกรรมของชาวอาหรับ
ชนบทคนหนึ่งที่มีนามว่า รุบอิย์ บุตรของอามีร ( ) ที่ได้
กล่าวแก่แม่ทัพใหญ่แห่งอาณาจักรเปอร์เซีย ที่มีนามว่า รุสเตอม์ ( )
ซึ่งมีความว่า “อัลลอฮ์ได้อุบัติพวกเรามา เพื่อดำาเนินภารกิจในการนำาผู้ใด
ก็ตามที่ปรารถนาจะหลุดพ้นจากห้วงบ่าว การเป็นบ่าวสักการะบูชามนุษย์
ด้วยกันเอง สู่การเป็นบ่าวสักการะบูชาผู้ทรงสร้างมนุษย์ผู้ที่ปรารถนาจะ
หลุดพ้นจากความคับแคบของโลกดุนยา (โลกปัจจุบัน) สู่ความกว้างไพศาล
ของมันและปรารถนาจะหลุดพ้นจากความอธรรมของระบบการดำาเนินชีวิต
ของความเชื่อต่างๆ สู่ระบบการดำาเนินชีวิตที่เป็นธรรมของอิสลาม”
วาทกรรมข้างต้นนี้เป็นวาทกรรมที่แสดงการประกาศถึงการมีศักดิ์ศรี
การมีอิสรภาพของมนุษย์จากการถูกครอบงำาและการตกอยู่ภายใต้การเป็น
บ่าวระหว่างมนุษย์ด้วยกันเอง เป็นวาทกรรมที่แสดงถึงการเรียกร้องสู่ระบบ
ความเป็นธรรมของสังคม ซึ่งแน่นอนว่าวาทกรรมอันคมยิ่งนี้ไม่ได้เกิดขึ้น
จากการนึกคิดผ่านๆ ของชาวอาหรับชนบทคนหนึ่งโดยปราศจากที่มาที่ไป
หรือเกิดจากผลประโยชน์ทางการเมืองแต่อย่างใด แต่เกิดจากฐานคำาสอน
ของอิสลามที่สามารถสัมผัส รับรู้และรับทราบได้โดยบุคคลทั่วไปในยุคนั้น
เป็นฐานคำาสอนที่เรียกร้อง กอบกู้และสถาปนาสิทธิมนุษยชนให้กับมนุษย์
ทุกคนอย่างเป็นธรรม และสอดคล้องกับความเป็นมนุษย์ที่สุด ซึ่งสามารถ
ประมวลฐานคำาสอนดังกล่าวได้ 5 ฐานสำาคัญ กล่าวคือ
1. ฐานคำาสอนที่ปลูกฝังจิตสำานึก วิญญาณแห่งความเป็นมนุษย์
เป็นสำาคัญ ( )
คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำาหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 27

