Page 101 - คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
P. 101
4. สิทธิด้านการให้ความคุ้มครอง
ธรรมนูญมะดีนะฮ์ ได้ระบุไว้เกี่ยวกับสิทธิดังกล่าว เช่น ในมาตรา
ที่ 16 ความว่า “และสำาหรับพวกยิวที่ตามเรานั้นได้รับการช่วยเหลือ
และความเสมอภาคจากเรา พวกเขาจะไม่ถูกรังแกข่มเหงและศัตรู
ของพวกเขาจะไม่ได้รับการช่วยเหลือจากเรา” (อักรอม ฎิยาฮ์อุมรีย์, 1983
: 120)
จากมาตราดังกล่าวที่ได้ปรากฏข้างต้น จะเห็นได้ว่าท่านศาสดา
มุฮัมมัดได้กำาหนดสิทธิโดยให้การช่วยเหลือ คุ้มครองอย่างเสมอภาค
กับพวกยิว กล่าวคือ พวกยิวจะได้รับความช่วยเหลือจากชาวมุสลิม
ในการให้ความคุ้มครอง เมื่อพวกเขาได้รับการข่มเหงรังแกจากศัตรู
ขณะเดียวกันชาวมุสลิมก็จะไม่ไปร่วมกับศัตรูของพวกยิวเพื่อทำาลายพวกยิว
ตราบใดที่พวกเขายังยึดมั่นต่อธรรมนูญฉบับนี้ (ธรรมนูญมะดีนะฮ์)
และที่สำาคัญท่านศาสดาและชาวมุสลิมจะไม่ทำาการสู้รบกับยิวคนใด เว้นแต่
กับผู้ที่ผิดสัญญา คดโกงบิดพลิ้ว (สอดรับกับมาตราที่ 46 ในธรรมนูญ
มะดีนะฮ์)
ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากการตีความดังกล่าวข้างต้นจะสอดรับกับ
ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน Universal Declaration of Human
Rights) ค.ศ. 1948 ที่ได้ระบุไว้
ข้อที่ 7 ความว่า “ทุกๆ คนต่างเสมอกันในกฎหมายและชอบ
ที่จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกันโดยปราศจากการเลือก
ปฏิบัติใดๆ ทุกๆ คนชอบที่จะได้รับการคุ้มครองอย่างเสมอหน้าจากการ
เลือกปฏิบัติใดๆ อันเป็นการล่วงละเมิดปฏิญญานี้ และต่อการยุยงส่งเสริม
ให้เกิดการเลือกปฏิบัติเช่นนั้น” (นพนิธิ สุริยะ, 2537 : 120-121)
คู่มือสิทธิมนุษยชนศึกษาสำาหรับประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ 85

