Page 36 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 36

34 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง




                        ชุมชนท้องถิ่นหลายแห่งในสังคมไทยที่เผชิญความทุกข์ยากจึงได้พยายามหาทางปกป้องชีวิต

                  ฐานทรัพยากร และสังคมวัฒนธรรม เป็นต้นว่า ชาวบ้านที่อยู่กับป่ารวมตัวกันคัดด้านการสัมปทานไม้
                  และพัฒนาระบบการจัดการป่าชุมชน ชาวประมงพื้นบ้านในภาคใต้และภาคตะวันออกที่เผชิญกับการ

                  กว้านล้างท้องทะเลโดยประมงพาณิชย์ก็รวมตัวกันปกป้องทรัพยากรชายฝั่ง ชาวบ้านที่อยู่กับสายน้ำา
                  ซึ่งได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนผันน้ำาก็ได้รวมตัวกันปกป้องสายน้ำา เกิดเป็นเครือข่ายลุ่มน้ำา

                  ปกป้องฟื้นฟูสายน้ำา เกษตรกรที่เห็นปัญหาความเสื่อมโทรมนิเวศและสุขภาพจากเกษตรเคมีได้
                  สรรค์สร้างระบบเกษตรกรรมยั่งยืนที่เป็นมิตรกับนิเวศขึ้น เช่นเดียวกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจาก

                  โครงการพัฒนา เช่น เขื่อน  เหมืองแร่  โรงไฟฟ้า  อุตสาหกรรม  และอื่นๆ ที่รวมตัวกันทั้งในภาคชนบท
                  และตัวเมืองเพื่อปกป้องชีวิตและฐานทรัพยากรของชุมชนและสาธารณะ

                        โดยสรุปแล้ว การบริหารจัดการทรัพยากรของไทยล้มเหลวอย่างน้อย ๔ ประการ คือ

                        ๑)  รัฐวางเป้าหมายการจัดการทรัพยากรเพื่อเร่งพัฒนาเศรษฐกิจเป็นหลักมากกว่าความยั่งยืน
                           ทางนิเวศ ความเป็นธรรมทางสังคม และความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น

                        ๒)  รัฐผูกขาดอำานาจจัดการทรัพยากรโดยขาดการยอมรับสิทธิชุมชน และการมีส่วนร่วมของ

                           ประชาชน สะท้อนผ่านระบบกฎหมายที่เป็นอยู่
                        ๓)  รัฐมีนโยบายกระตุ้นระบบกรรมสิทธิ์ปัจเจกโดยใช้กลไกตลาด โดยเพิกเฉยการมีกลไกทาง

                           สังคมและกฎหมายกากับเท่าที่ควร และ

                        ๔)  สังคมไทยถูกบีบด้วยกระบวนการทางเศรษฐกิจให้มุ่งเน้นเศรษฐกิจระยะสั้น โดยยอมแลก
                           กับต้นทุนทางสิ่งแวดล้อมและสังคม และผลักภาระต้นทุนเหล่านี้ให้กับคนจน คนด้อย

                           อำานาจในสังคม

                        ความล้มเหลวเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพราะความไม่รู้ ผลประโยชน์ หรือเจตจำานงของรัฐเพียงลำาพัง

                  แต่มีปัจจัยเชื่อมโยงกับกระบวนการทุนโลกาภิวัตน์ ระบบราชการที่แข็งตัว รวมกระทั่งความอ่อนแอ
                  ของสังคมเอง ปัจจัยเหล่านี้เชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก กลายเป็นห่วงโซ่แห่งความเสื่อม

                        ในภาคประชาสังคม เมื่อปัญหาทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมรุนแรงขึ้นทุกขณะ ชุมชนต่างๆ ได้
                  ร่วมกับกลุ่มประชาสังคมในเชิงนิเวศวัฒนธรรมและนิเวศการเมืองก่อรูปเป็นขบวนการสิทธิชุมชน

                  ฐานทรัพยากร เพื่อผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างนโยบายการจัดการทรัพยากรและการพัฒนาที่กระทบ
                  ต่อการดำารงอยู่ร่วมกันของชุมชนและสังคม เจตนารมณ์สิทธิชุมชนได้ถูกประกาศอย่างชัดเจนครั้งแรก

                  จากการเคลื่อนไหวป่าชุมชนในปีพ.ศ. ๒๕๓๒ ตามมาด้วยเครือข่ายคัดค้านเขื่อน เครือข่ายลุ่มน้ำา เครือ
                  ข่ายประมงพื้นบ้าน  เครือข่ายมลภาวะอุตสาหกรรม  เครือข่ายคัดค้านเหมืองแร่  เครือข่ายต่อต้านโรง

                  ไฟฟ้า เป็นต้น

                        ขบวนการเหล่านี้มีความก้าวหน้าในการศึกษา การตรวจสอบปัญหาความไม่เป็นธรรมทาง
                  นโยบาย และความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อนิเวศ ทรัพยากร ชุมชน จนกระทั่งสามารถผลักดัน
   31   32   33   34   35   36   37   38   39   40   41