Page 32 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 32

30 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง




                        ๒.๔.๑ ประชาสังคมคมแบบเบญจภาคี

                        ประชาสังคมแบบเบญจภาคีมีที่จากประสบการณ์การทำางานขององค์กรพัฒนาเอกชนภายใต้

                  ฐานคิดของแนววัฒนธรรมชุมชน ซึ่งพัฒนาและเติบโตมาพร้อมๆ กับองค์กรพัฒนาเอกชนในช่วงต้น
                  ทศวรรษ ที่ ๒๕๒๐

                        พื้นที่การเมืองในการขับเคลื่อนวาระของประชาสังคมแนวนี้จึงอยู่ที่การสร้างเวทีสมานฉันท์

                  ร่วมกับรัฐและภาคส่วนต่างๆ ในการดำาเนินกิจกรรมสาธารณะ เวทีการพูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้
                  รวมทั้งการผลักดันวาระผ่านการทำางานร่วมกับภาครัฐผ่านการจัดทำาแผนชุมชน การเข้าไปใช้ทรัพยากร
                  ขององค์กรปกครองท้องถิ่นผ่านความร่วมมือกับผู้มีอำานาจตัดสินใจเชิงนโยบาย หรือการผลักดันให้

                  วาระของชุมชนเข้าไปสู่แผนพัฒนาขององค์กรท้องถิ่น สถาบันหรือหน่วยงานรัฐ ฯลฯ ดังตัวอย่างกรณี

                  สภาแพทย์พื้นบ้าน จังหวัดเชียงราย ได้แสดงให้เห็นการผลักดันเพื่อให้ประเด็นการแพทย์พื้นบ้านเป็น
                  ประเด็นการทำางานของประชาคมสุขภาพเชียงราย และผลักดันประเด็นการแพทย์พื้นบ้านให้องค์กรรัฐ
                  สถาบันการศึกษารองรับในหลักสูตรและแผนดำาเนินการด้านสุขภาพของจังหวัดจนกระทั่งทำาให้วาระ

                  ของตนได้เข้าไปแทรกอยู่ในโครงสร้างการบริหารจัดการขององค์กรรัฐ

                        ๒.๔.๒ ประชาคมแบบเสรีนิยม


                        อเนก เหล่าธรรมทัศน์ (๒๕๔๑) วิจารณ์แนวคิดประชาสังคมแบบชุมชนนิยมว่า มองประชา
                  สังคมในฐานะเป็นชุมชนดั้งเดิมในชนบท และการให้คุณค่าสิ่งที่ดำารงอยู่ในชุมชน ซึ่งขัดแย้งกับ
                  ประสบการณ์การเกิดประชาสังคมในตะวันตก กล่าวคือ ประชาสังคมเติบโตขึ้นในเมือง บ่มเพาะ

                  สำานึกพลเมืองผ่านกิจกรรมทางสังคมในตลาดภายในสังคมทุนนิยม ประชาสังคมในแนวนิยามเช่นนี้

                  จึงหมายถึงสังคมใหม่ที่เกิดขึ้นแทนที่สังคมดั้งเดิมที่ผู้คนอยู่ภายใต้ระบบความสัมพันธ์ทางสังคม
                  ลักษณะแนวตั้งภายใต้ระบบศักดินาหรือระบบอุปถัมภ์

                        ประชาสังคมแบบเสรีนิยมจึงหมายถึง การรวมตัวกันของผู้คนในลักษณะกลุ่มองค์กร หรือ
                  สมาคมภายในสังคมที่จัดตั้งขึ้นใหม่ และทำากิจกรรมกรรมทางสาธารณะผ่านการต่อรอง กดดันให้รัฐ

                  มีนโยบายสาธารณะเพื่อเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มตน พื้นที่ทางการเมืองจึงมีลักษณะของการเมืองแบบ
                  กลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มผลักดันต่างๆ ดังงานของ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (๒๕๓๙) ที่ให้ความสำาคัญ

                  ของกลุ่มสมาคมธุรกิจซึ่งรวมตัวกันและเข้ามามีบทบาทในกระบวนการนโยบายสาธารณะผ่าน
                  คณะกรรมการร่วมรัฐ-เอกชน (กรอ.) มิติเรื่องการกระจายอำานาจเพื่อถ่ายโอนอำานาจการจัดการชีวิต

                  ส่วนรวมมายังภาคประชาสังคมในท้องถิ่นต่างๆ

                        ๒.๔.๓ ประชาสังคมแบบขบวนการทางสังคมแบบใหม่

                        ในบริบทของความขัดแย้งด้านฐานทรัพยากร ดิน น้ำา ป่า และการปรากฏตัวของการรวมตัว

                  กันของเครือข่ายองค์กรชาวบ้าน เช่น สมัชชาคนจน สมัชชาเกษตรกรรายย่อย เครือข่ายสลัม ๔ ภาค
                  รวมทั้งเครือข่ายองค์กรชาวบ้านด้านสิ่งแวดล้อม (กรณีท่อก๊าซไทยมาเลย์ กรณีโรงไฟฟ้าบ่อนอก-
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37