Page 124 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 124

123

                                      รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖







                           รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๔๐ ได้ให้การรับรองและคุ้มครองไว้ จึงมี
                           มติแจ้งรายงานผลการตรวจสอบและมาตรการการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีเรื่องนี้ไปยัง

                           สำานักงานตำารวจแห่งชาติ สำานักงานอัยการสูงสุด และกรมราชทัณฑ์ ดังนี้

                                     มาตรการการแก้ไขปัญหา

                                     ให้สำานักงานตำารวจแห่งชาติ สำานักงานอัยการสูงสุด และกรมราชทัณฑ์ พิจารณาดำาเนินการ
                           ตามอำานาจหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการและขั้นตอนการดำาเนินคดีที่ล่าช้า


                                (๓)  ผลก�รดำ�เนินก�รของหน่วยง�นที่เกี่ยวข้อง
                                     (๓.๑)  สำานักงานอัยการสูงสุด ได้มีหนังสือที่ อส ๐๐๐๓ (คก ๑)/๑๒๒๔๘ ลงวันที่ ๒๗

                                           สิงหาคม ๒๕๕๖ แจ้งว่า อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามรายงานของ กสม.
                                           ต่อมา มีหนังสือที่ อส ๐๐๐๓ (คก ๑)/๑๖๐๕ ลงวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗

                                           แจ้งว่า ได้ตรวจสอบแล้ว  การที่พนักงานสอบสวนส่งสำานวนการสอบสวนคดีที่ผู้ร้อง
                                           ถูกอายัดตัวไปยังพนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชล่าช้าเกินสมควร มิได้เกิด

                                           จากการปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงให้
                                           ยุติเรื่อง

                                     (๓.๒)  สำานักงานตำารวจแห่งชาติ มีหนังสือที่ ตช ๐๐๒๓.๑๗๓/๘๖๒๙ ลงวันที่ ๓๐ ตุลาคม
                                           ๒๕๕๖ แจ้งว่า  ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ตำารวจที่เกี่ยวข้อง

                                           แล้ว ต่อมา มีหนังสือที่ ตช ๐๐๒๓.๑๗๓/๓๔๐๕ ลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๕๗ แจ้งว่า
                                           เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำาเนินการไปตามอำานาจหน้าที่ในการประสานโอนตัวผู้ต้องหา

                                           และประสานอัยการจังหวัดนครศรีธรรมราชให้รับสำานวนผู้ต้องหาแล้ว  การอนุมัติ
                                           โอนตัวผู้ต้องหาเป็นขั้นตอนการพิจารณาของเรือนจำากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช

                                           เจ้าหน้าที่ตำารวจไม่อาจเข้าไปก้าวล่วงหรือบังคับได้แต่อย่างใด
                                     (๓.๓)  กรมราชทัณฑ์ มีหนังสือที่ ยธ ๐๗๐๖.๑/๑๙๔๗๕ ลงวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๗

                                           แจ้งว่า  เรือนจำากลางนครศรีธรรมราชใช้เวลาดำาเนินการโอนย้ายผู้ร้องล่าช้าเกินสมควร
                                           เนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวเกิดวิกฤติการลักลอบจำาหน่ายสิ่งของต้องห้าม  มียาเสพติด

                                           และโทรศัพท์มือถือ จึงต้องมีการดำาเนินการอย่างเร่งด่วน มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าหน้าที่
                                           รับผิดชอบงานในหน้าที่หลายตำาแหน่ง จึงทำาให้ขาดการติดตามเรื่อง และจากการ

                                           สอบถามผู้ร้องก็ปรากฏว่าไม่ติดใจเอาความ  ทั้งนี้ กรมราชทัณฑ์ได้กำาชับไปยังเรือนจำา
                                           กลางนครศรีธรรมราชให้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กฎ ข้อบังคับ และระเบียบ

                                           แบบแผนของทางราชการโดยเคร่งครัด มิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก
   119   120   121   122   123   124   125   126   127   128   129