Page 123 - รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยและรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี 2556
P. 123
122 รายงานการประเมินสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทย และรายงานผลการปฏิบัติงานประจำาปี ๒๕๕๖
(๓) ผลก�รดำ�เนินก�รของหน่วยง�นที่เกี่ยวข้อง
กรมราชทัณฑ์ มีหนังสือที่ ยธ ๐๗๐๕.๑/๑๖๕๘๒ ลงวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๖ แจ้งว่า
กรมราชทัณฑ์ ได้กำาหนดแนวทางหรือมาตรการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนในหลายรูปแบบ ทั้งมี
หนังสือสั่งการให้เรือนจำา/ทัณฑสถาน จัดประชุมชี้แจงเจ้าหน้าที่ให้มีการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังโดยคำานึงถึงหลัก
สิทธิมนุษยชนของบุคคลตามกฎหมายรัฐธรรมนูญฯ และกำาชับให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวัง อย่าให้
มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนผู้ต้องขังขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กรณีทำาร้ายผู้ต้องขัง รวมทั้งให้ส่งเจ้าหน้าที่
เข้าร่วมการประชุมหรือสัมมนา เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนร่วมกับองค์กรหรือ
หน่วยงานภายนอก นอกจากนี้ ในการประชุมสัมมนาหรืออบรมหลักสูตรต่างๆ ของกรมราชทัณฑ์ ได้มีการ
้
เน้นยำาให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างมีมนุษยธรรม เป็นไปตามกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชนอย่าง
เคร่งครัดเสมอมา กอปรกับได้จัดทำาคู่มือมาตรฐานสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขัง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ใช้เป็น
แนวทางในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับตัวจนกระทั่งปล่อยตัว และจัดทำาคู่มือการ
บริหารเรือนจำาตามแนวทางสิทธิมนุษยชน ทั้งนี้ หากยังมีการกระทำาผิดเกิดขึ้นอีกก็จะพิจารณาดำาเนินการ
ลงโทษทางวินัยเป็นรายๆ ไป นอกจากนี้ ผู้เสียหายยังสามารถฟ้องร้องตามกฎหมายได้อีกทางหนึ่ง
เรื่องที่ ๒
รายงานผลการตรวจสอบฯ ที่ ๑๖๕/๒๕๕๖
สิทธิในกระบวนการยุติธรรม กรณีพนักงานสอบสวนดำาเนินคดีที่ขออายัดตัวผู้ร้องไว้ล่าช้า
(๑) คว�มเป็นม�
ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. ว่าผู้ร้องเป็นนักโทษเด็ดขาดในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ซึ่งศาล
จังหวัดภูเก็ตพิพากษาจำาคุก ๒๓ ปี ต่อมา พนักงานสอบสวนสถานีตำารวจภูธรโคกกลอย จังหวัดพังงา ได้ขอ
อายัดตัวผู้ร้องเพื่อดำาเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์อีกคดีหนึ่ง ซึ่งผู้ร้องได้กระทำาผิดเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๙
และเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๕๐ พนักงานสอบสวนได้สอบสวนผู้ร้องในคดีที่ถูกอายัด โดยผู้ร้องให้การรับ
สารภาพตลอดข้อกล่าวหา ปัจจุบันผู้ร้องต้องขังอยู่ที่เรือนจำากลางนครศรีธรรมราช ซึ่งคดีที่ผู้ร้องถูกอายัด
ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด จึงขอให้ตรวจสอบ
(๒) ก�รดำ�เนินก�รของ กสม.
กสม. โดยคณะอนุกรรมการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านสิทธิในกระบวนการ
ยุติธรรมดำาเนินการตรวจสอบแล้วเห็นว่า กระบวนการและขั้นตอนการดำาเนินคดีที่ผู้ร้องถูกอายัดตัวตาม
คำาร้องมีความล่าช้าเกินสมควร ทั้งในส่วนของการประสานงานระหว่างพนักงานสอบสวนกับพนักงานอัยการ
ในการส่งสำานวนการสอบสวน และการพิจารณาคำาขออนุญาตโอนย้ายผู้ต้องขังมายังเรือนจำาที่อยู่ในเขต
อำานาจศาลของกรมราชทัณฑ์ สร้างความไม่เป็นธรรมและเป็นการละเมิดสิทธิในการเข้าถึงกระบวนการ
ยุติธรรมต่อผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ต้องหา ที่มีสิทธิได้รับการสอบสวนหรือการพิจารณาคดีที่รวดเร็ว ตามที่

