Page 261 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 261
ผ - | ๑๒๗
- ให้กรมควบคุมมลพิษ ดําเนินการให้มีการประกาศพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากการประกอบกิจการ
ผลิตเกลือสินเธาว์เป็นเขตควบคุมมลพิษ เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาอย่างถาวรต่อไป ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา
๑ ปี นับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการศึกษา
การแก้ไขปัญหาของหน่วยงานตามมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้มีหนังสือที่ อก ๐๕๐๓/๖๕๗๔ ๒๐-ธ.ค.-๕๐ ชี้แจง
เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ดังนี้
๑. ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ได้ดําเนินการจัดทําโครงการสร้างคัน
ทํานบดินเพื่อแก้ไขปัญหาการแพร่กระจายของน้ําเค็มและดินเค็มในพื้นที่การผลิตเกลือสินเธาว์ อําเภอกันทรวิชัย
จังหวัดมหาสารคาม โดยโครงการดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการต่อเนื่อง ๕ ปี (ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๔๘)
เพื่อแก้ไขปัญหาการทําเกลือสินเธาว์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของกรมทรัพยากรธรณีเดิม ตามพระราชเสาวนีย์
ของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งสามารถดําเนินการได้แล้วเสร็จและสามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้
ระยะหนึ่ง ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๔๘ สํานักงานอุตสาหกรรมจังหวัดมหาสารคาม ได้ดําเนินการจัดทําโครงการซ่อมแซม
คันทํานบเสริมดินบดอัดแน่นด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นระยะความยาว ๑๕๐ เมตร สูง ๐.๕ เมตร และได้มี
การนํากระสอบทรายไปปิดกั้นทางระบายน้ําล้นเนื่องจากมีฝนเป็นจํานวนมากกว่าปกติ
๒. ต่อมาปี พ.ศ. ๒๕๔๙ กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดําเนินงาน
ทําโครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมการทําเกลือจากน้ําเกลือใต้ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยว่าจ้าง
บริษัท ปัญญา คอนซัลแตนท์ จํากัด เป็นที่ปรึกษาโครงการได้มีการประชุมชี้แจงราษฎรบ้านคอกม้า หมู่ที่ ๕ ตําบล
โคกพระ อําเภอกันทรวิชัย ทราบแล้ว จนถึงปัจจุบันไม่มีการร้องเรียนแต่อย่างใด
ส่วนในประเด็นเรื่องการเรียกเก็บเงินค่าสร้างทํานบกั้นดินเค็มจากผู้ประกอบการ จากแบบสอบถามและ
สัมภาษณ์หน่วยงานในพื้นที่ โครงการดังกล่าวเป็นโครงการทดลองของ กพร. เพื่อที่จะหาต้นแบบและวิธีการที่
เหมาะสมที่จะควบคุมการแพร่กระจายของน้ําเค็ม จึงไม่มีกฎหมายใดไปเรียกเก็บเงินจากผู้ประกอบการ ผลจาก
การติดตามตรวจสอบบ่อสังเกตการณ์สภาพความเค็มโดยรอบพบว่ามีการลดลงอย่างต่อเนื่อง และจากการ
ประสานงานกับอุตสาหกรรมจังหวัดมหาสารคาม และสํานักงานอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่เขต
อุดรธานี พบว่าผู้ประกอบการปฏิบัติตามเงื่อนไขมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด และปัญหาลดลงอยู่ในเกณฑ์ที่
ควบคุมได้ จึงไม่มีความจําเป็นต้อวดําเนินการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมสิทธิฯ
สรุปผลการแก้ไขปัญหา
ปัญหาได้รับการแก้ไขผู้ร้องเรียนพอใจแล้ว การทํานาเริ่มดีขึ้นตามลําดับและผลกระทบก็มีน้อยแล้ว
เนื่องจากในปี ๒๕๔๖ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้มาสร้างคันดินล้อมบ่อเกลือและเสริม
พลาสติกข้างใน รวมทั้งถมลูกรัง และมีการปลูกต้นกระถินณรงค์ สะเดา เป็นแนวรั้ว นอกจากนี้ในปัจจุบัน
ผู้ประกอบการต้มเกลือได้ลดลงเหลือเพียง ๒ รายเท่านั้น และมีปริมาณการต้มเกลือเพียง ๖-๗ กระทะ โดยทํา
การต้มเกลือเพียง ๖ เดือน ในช่วงเดือนตุลาคม - เมษายน และในช่วงฤดูฝนจะหยุดการต้มเกลือ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

