Page 262 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 262
๑๒๘ | - ผ
กรณีร้องเรียนที่ ๓๕๘/๒๕๔๘ รายงานที่ ตส. ๗๔/๒๕๕๐
เรื่อง สิทธิชุมชน กรณีผลกระทบจากโรงต้มเกลือในพื้นที่ตําบลสําโรง อําเภอโนนไทย จังหวัด
นครราชสีมา
สภาพปัญหา
โรงต้มเกลือในพื้นที่ตําบลสําโรง อําเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ทําให้เกิดปัญหาการแพร่กระจาย
ของดินเค็ม ลุกลามไปยังที่นาข้างเคียง ทําให้การเพาะปลูกไม่ได้ผลผลิต ราษฎรเคยร้องเรียนขอความช่วยเหลือไป
ยังอําเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา และมีการตกลงกันระหว่างราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนกับผู้ประกอบการ
โรงต้มเกลือ แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เนื่องจากผู้ประกอบการไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง และมีการฝ่าฝืนข้อตกลง
มาตลอด
ความเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ในปี พ.ศ.๒๕๓๔ พื้นที่หมู่ที่ ๒ ตําบลสําโรง อําเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ได้ถูกประกาศให้เป็นเขต
ท้องที่ที่อนุญาตให้ตั้งโรงงานทําเกลือสินเธาว์และโรงงานสูบหรือนําน้ําเกลือขึ้นจากใต้ดิน ในปี พ.ศ.๒๕๓๕ จึงเริ่มมี
ผู้ประกอบการโรงงานทําเกลือสินเธาว์เกิดขึ้น
ในปี พ.ศ.๒๕๓๘ ราษฎรในพื้นที่หมู่ที่ ๒ ตําบลสําโรง อําเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เริ่มคัดค้านการ
อนุญาตให้ทําโรงงานเกลือสินเธาว์ เนื่องจากการดําเนินการของโรงงานเกลือสินเธาว์ที่ได้รับอนุญาตไปแล้วเริ่ม
ก่อให้เกิดผลกระทบขึ้น และแม้จะมีราษฎรคัดค้าน แต่ได้มีการอนุญาตให้ประกอบกิจการโรงงานทําเกลือสินเธาว์
ในพื้นที่ตําบลสําโรงมาจนถึงปี พ.ศ.๒๕๔๐ เป็นจํานวนทั้งสิ้น ๘ ราย โดยในจํานวนนี้มีผู้ประกอบการ ๗ ราย
ใบอนุญาตหมดอายุในปี ๒๕๔๘ และอีก ๑ ราย ใบอนุญาตหมดอายุในปี ๒๕๔๙
อย่างไรก็ตาม แม้ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานทําเกลือสินเธาว์ของผู้ประกอบการ ๗ ราย หมดอายุ
ใบอนุญาตลงตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๘ แต่เนื่องจากพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๑๕ ระบุว่า การขอต่อ
อายุใบอนุญาต ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคําขอก่อนวันที่ใบอนุญาตสิ้นอายุ เมื่อได้ยื่นคําขอดังกล่าวแล้ว ให้ถือว่าผู้ยื่นคํา
ขออยู่ในฐานะผู้รับใบอนุญาตจนกว่าจะมีคําสั่งถึงที่สุดไม่ต่ออายุใบอนุญาต ดังนั้น ผู้ประกอบกิจการโรงงานทํา
เกลือสินเธาว์จึงยังคงประกอบกิจการต่อเนื่องมาได้จนถึงปัจจุบัน
จากการตรวจสอบในพื้นที่โรงงานต้มเกลือ พบว่า โรงงานไม่มีการป้องกันมิให้น้ําเกลือไหลไปสู่พื้นที่
เกษตรกรรมภายนอกดีพอ และชุมชนตําบลสําโรงยืนยันว่า ได้รับผลกระทบจากการประกอบการ ดังนั้น จาก
เหตุผลที่ใบอนุญาตหมดอายุลงทั้ง ๘ โรงงาน จึงสมควรให้ระงับการประกอบกิจการต้มเกลือไว้ก่อน และหากจะต่อ
ใบอนุญาตจะต้องมีมาตรการให้ผู้ประกอบการดําเนินการป้องกันผลกระทบจากน้ําเกลือและขี้เถ้าแกลบออกไปสู่
พื้นที่เกษตรกรรม ในมาตรฐานดังที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ดําเนินการแล้วในอําเภอกันทรวิชัย
จังหวัดมหาสารคาม รวมทั้งต้องมีการประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว และชดใช้ความเสียหายให้แก่ราษฎรที่
ได้รับผลกระทบ ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขในการต่ออายุใบอนุญาตตามกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาอนุญาตทําเกลือจะต้องอยู่บนพื้นฐานความปลอดภัยของการยุบตัวของแผ่นดิน
ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีควรเข้ามาศึกษาสภาพธรณีวิทยาในพื้นที่นี้ และพื้นที่โดยรอบซึ่งอาจได้รับผลกระทบการเกิด
ยุบตัวของพื้นดินจากการที่น้ําจืดลงไปละลายชั้นเกลือในบริเวณโดยรอบ ตามที่กรมทรัพยากรธรณีได้ชี้แจงมา
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

