Page 260 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 260
๑๒๖ | - ผ
กรณีร้องเรียนที่ ๘๑๖/๒๕๔๖ รายงานที่ ตส. ๙๔/๒๕๕๐
เรื่อง สิทธิชุมชน กรณีผลกระทบจากการประกอบกิจการต้มเกลือและสูบน้ําเกลือ
อําเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม
สภาพปัญหา
การประกอบกิจการโรงงานต้มเกลือสินเธาว์ในพื้นที่ป่าซาดหนา ซึ่งเป็นแหล่งหาอยู่หากินของราษฎรหลาย
หมู่บ้าน ในเขตตําบลโคกพระ อําเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม ได้แก่ บ้านหนองไร่ บ้านคอกม้า บ้านโนนค้อ
และบ้านลุมพุก ได้ก่อให้เกิดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน และยังส่งผลกระทบต่อ
การประกอบอาชีพของราษฎรเป็นจํานวนมาก โดยปัญหาสําคัญคือ ทําให้ผืนดินในบริเวณรัศมีไม่น้อยกว่า ๒
กิโลเมตรจากโรงงานต้มเกลือ มีความเค็ม ทําให้ไม่สามารถทําการเกษตรได้เลย ไม่ว่าจะการทํานา หรือเลี้ยงสัตว์น้ํา
และยังก่อให้เกิดผลกระทบสืบเนื่องต่อมาก็คือ ผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ และผลกระทบทางด้านสังคม
ความเห็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
๑. จากการตรวจสอบเป็นที่ชัดเจนว่า ผู้ประกอบการผลิตเกลือสินเธาว์สร้างผลกระทบต่อที่ดินทํากินและ
สิ่งแวดล้อมในพื้นที่บ้านหนองแวง ตําบลโคกพระ อําเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม และพื้นที่ข้างเคียง อย่าง
รุนแรง แต่ไม่พบว่าเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดูแลจะบังคับใช้กฎหมายในการลงโทษอย่างจริงจัง และกลับนํางบประมาณ
ของรัฐไปก่อสร้างทํานบดินป้องกันน้ําเค็มรอบพื้นที่ประกอบการ โดยมิได้ให้ผู้ประกอบการร่วมรับผิดชอบแต่อย่าง
ใด ซึ่งผิดหลักการที่ผู้ก่อมลพิษจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการแก้ไขปัญหา
๒. เกษตรกรผู้ได้รับความเสียหายจากการประกอบการ สมควรที่จะได้รับค่าชดเชยมากกว่าที่ได้รับไปแล้ว
(รายละ ๒,๐๐๐ บาท) จากผู้ประกอบการ เพื่อให้คุ้มค่ากับความเสียหายนั้น
๓. การผลิตเกลือสินเธาว์ที่ส่งผลต่อสิ่งแวดล้อมในกรณีนี้ แสดงให้เห็นว่ามาตรการกํากับดูแลการ
ประกอบการผลิตเกลือสินเธาว์ เท่าที่ผ่านมายังไม่มีประสิทธิภาพมากพอที่จะคุ้มครองผลกระทบสิ่งแวดล้อมให้กับ
ประชาชนได้ รวมทั้งไม่ได้ถูกกําหนดให้ต้องทํารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ดังนั้น จึงเป็นกิจการที่
ต้องทบทวนกระบวนการอนุญาตและการต่อใบอนุญาตในการประกอบการใหม่ทั้งหมด
มติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
- ให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทํานบดินกั้นน้ําเกลือ
จากผู้ประกอบการ ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการศึกษา
- ให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ติดตามและกํากับดูแลให้ผู้ประกอบการดําเนินการตาม
เงื่อนไขใบอนุญาต และให้ฟื้นฟูสภาพแวดล้อมที่เสียไป โดยใช้งบประมาณของผู้ประกอบการ โดยทันทีนับแต่วันที่
ได้รับรายงานผลการศึกษา
- ให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ศึกษาและปรับปรุงแก้ไขกฎระเบียบ ในการอนุญาต ต่อ
ใบอนุญาต และควบคุมตรวจสอบการประกอบกิจการผลิตเกลือสินเธาว์ ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา ๑๘๐ วัน นับแต่
วันที่ได้รับรายงานผลการศึกษา
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

