Page 263 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 263

ผ -  | ๑๒๙



                      จากการตรวจสอบเงื่อนไขท้ายใบอนุญาตประกอบกิจการสูบน้ําเกลือขึ้นมาจากใต้ดินของทั้ง ๘ โรงงาน
               พบว่า เงื่อนไขท้ายใบอนุญาตที่กําหนดไว้ไม่มีมาตรการป้องกันผลกระทบต่อธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และชุมชน
               รวมทั้งมาตรการฟื้นฟู เยียวยา และชดเชยความเสียหายแต่อย่างใด

                      การที่พระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๓๕ กําหนดให้ผู้ประกอบการสามารถดําเนินการต่อไปได้ในระหว่างการ

               ขอต่ออายุใบอนุญาต โดยไม่มีกําหนดระยะเวลา เป็นช่องว่างให้เจ้าหน้าที่ละเลยในการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่
               ล่าช้าในการพิจารณาต่ออายุใบอนุญาตหรือพิจารณาไม่อนุญาต ซึ่งในกรณีเกิดผลกระทบจะทําให้ผู้ประกอบการ
               สามารถดําเนินกิจการไปได้จนเกินสมควร


               มติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                      - ให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ มีคําสั่งปิดโรงงานต้มเกลือทั้ง ๘ แห่ง ตามพระราชบัญญัติ
               โรงงาน พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๓๙ วรรคสาม ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา ๓๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับรายงานฉบับนี้

                      -  ให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เมื่อจะมีการออกใบอนุญาตหรือต่อใบอนุญาตประกอบ

               กิจการต้มเกลือ จะต้องกําหนดให้มีมาตรการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระดับมาตรฐานที่ไม่ต่ํากว่ากรณีที่
               อําเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม และกําหนดมาตรการฟื้นฟู เยียวยา ชดเชยความเสียหายในกรณีที่เกิด
               ผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และชุมชน ไว้ในเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตหรือการต่อใบอนุญาต
               ประกอบกิจการต้มเกลือ นับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการศึกษา

                      - ให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม ดําเนินการให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.๒๕๓๕ เรื่อง ให้มีการ

               กําหนดระยะเวลาที่ชัดเจนในการประกอบกิจการระหว่างการขอต่อใบอนุญาต โดยศึกษาเทียบเคียงจาก
               พระราชบัญญัติแร่ พ.ศ.๒๕๑๐ มาตรา ๕๔  (เนื่องจากในปัจจุบันนี้ผู้ประกอบการจะประกอบการต่อไปได้โดยไม่มี
               กําหนดหากยังไม่ได้รับคําตอบจากผู้มีอํานาจอนุญาต) ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา ๑ ปี นับแต่วันที่ได้รับรายงานผล
               การศึกษา

                      - ให้กรมทรัพยากรธรณี ศึกษาสภาพธรณีวิทยาบริเวณที่อาจเกิดหลุมยุบจากการต้มเกลือ หากพบว่ามี

               ความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย จะต้องประกาศเป็นพื้นที่เสี่ยงภัย ทั้งนี้ภายในระยะเวลา ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับ
               รายงานผลการศึกษา

                      - ให้จังหวัดนครราชสีมา แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อพิจารณาความเสียหายอันเกิดจากการประกอบกิจการ
               ต้มเกลือทั้ง ๘ โรงงาน และดําเนินการให้มีการชดเชยความเสียหายดังกล่าว ทั้งนี้ ภายในระยะเวลา ๙๐ วัน นับแต่
               วันที่ได้รับรายงานผลการศึกษา


               การแก้ไขปัญหาของหน่วยงานตามมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                      ๑. กรมทรัพยากรธรณี  ได้มีหนังสือที่ ทส ๐๕๐๗/๑๕๒๑ ๒๕-มิ.ย.-๕๐ ชี้แจงเกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ดังนี้


                      บริษัท พรี ดีเวลลอปเมนท์ คอนซัลแตนท์ จํากัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษา ได้ทําการศึกษาผลกระทบ

               สิ่งแวดล้อมการทําเกลือจากน้ําเกลือใต้ดินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งมีพื้นที่ศึกษาที่ ๔ คือ พื้นที่บ้านวัง ตําบล
               บ้านวัง และบ้านโคกมงคล ตําบลสําโรง อําเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่ประมาณ ๑๐  ตารางกิโลเมตร

               โครงการศึกษาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์และเป้าหมายทางด้านกายภาพ คือ การศึกษาข้อมูลทางธรณีวิทยาและอุทก
               ธรณีวิทยา เพื่อเฝ้าระวังโพรงเกลือใต้ดินและประเมินความเสี่ยงที่อาจจะเกิดหลุมยุบ เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการ




                       รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   258   259   260   261   262   263   264   265   266   267   268