Page 256 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 256
๑๒๒ | - ผ
๑. ทรัพยากรทรายเป็นทรัพยากรที่ยังขาดการวางแผนในการบริหารจัดการ เพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ที่เกิดขึ้นจากการขุด ตัก และดูดทราย สํานักงานฯ ได้มีการดําเนินการศึกษาโครงการวางแผนการจัดการ
สิ่งแวดล้อมและฟื้นฟูแหล่งทราย ในภาคเหนือ ภาคกลาง และบางส่วนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งแต่ปี
๒๕๔๑-๒๕๔๖ เพื่อให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด พร้อมทั้งเสนอมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบ
สิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้นจากการประกอบกิจการขุด ตัก และดูดทราย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้เห็นชอบกับผลการ
ประชุมคณะกรรมการพิจารณาอนุญาตให้ดูดทราย (กพด.) ครั้งที่ ๒/๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๗ ที่
มอบหมายให้จังหวัดดําเนินการกําหนดบริเวณที่สามารถขออนุญาตดูดทราย (Zoning) และให้นําข้อมูลที่สํานักงาน
ฯ ได้ดําเนินการศึกษาวิจัยและส่งข้อมูลให้ไปแล้วนั้น มาใช้เป็นแนวทางในการพิจารณา
๒. สํานักงานฯ เห็นด้วยกับข้อคิดเห็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่มอบให้จังหวัดอ่างทอง
หาแนวทางกําหนดให้การประกอบกิจการท่าเทียบเรือขนถ่ายดินทรายเป็นกิจกรรมที่ต้องควบคุมการดําเนินการทั้ง
ในเรื่องการกําหนดเขตพื้นที่ (Zoning) และปรับปรุงกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนและเพิ่มมาตรการการ
ควบคุมดูแลสภาพแวดล้อม นอกจากนี้เทศบาลตําบลป่าโมกมีนโยบายที่จะส่งเสริมพื้นที่ริมแม่น้ําเจ้าพระยาบริเวณ
บ้านหัวกระบือให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงศึกษาวิถีชีวิตถิ่นไทย จึงจําเป็นต้องมีการวางแผนการแก้ไขปัญหาอย่างถี่
ถ้วน
กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มีหนังสือเลขที่ มท ๐๗๑๒.๒/๕๔๔๙ ลงวันที่ ๒๖-ก.ค.-๕๐ ชี้แจงว่า
กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มอบหมายให้สํานักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอ่างทอง รับไปดําเนินการ
กําหนดเขตพื้นที่ (Zoning) และเพิ่มมาตรการควบคุมดูแลสภาพแวดล้อมด้วยการออกข้อกําหนดควบคุมกิจการท่า
เทียบเรือขนถ่ายดินทราย ในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และการใช้ที่ดินประเภท
อื่นๆ โดยนําไปพิจารณาดําเนินการในเขตผังเมืองรวมเมืองอ่างทอง ผังเมืองรวมเมืองป่าโมก ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่าง
ขั้นตอนการดําเนินการปรับปรุงผังเมืองรวมดังกล่าว และในผังเมืองรวมที่จะดําเนินการวางและจัดทําขึ้นใหม่ด้วย
จังหวัดอ่างทอง ได้มีหนังสือเลขที่ อท ๐๐๑๖.๒/๗๔๕๓ ลงวันที่ ๒๔-ก.ค.-๕๐ ชี้แจงว่า จังหวัด
อ่างทอง โดยคณะกรรมการพิจารณาการก่อสร้างสิ่งล่วงล้ําลําน้ําจังหวัดอ่างทอง ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้ว โดย
มีผู้แทนของกรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี (หัวหน้าสํานักงานการขนส่งทางน้ําที่ ๒ สาขาอยุธยา) กรม
โรงงานอุตสาหกรรม (อุตสาหกรรมจังหวัดอ่างทอง) กรมโยธาธิการและผังเมือง (โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด
อ่างทอง) ร่วมกันพิจารณาหาแนวทางตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติแจ้ง ผลการพิจารณาสรุปได้ ดังนี้
๑. จังหวัดกําหนดโนยายในการอนุญาตก่อสร้างสิ่งล่วงล้ําลําน้ําให้เข้มงวดมากขึ้น โดยพิจารณาถึง
ผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก
๒. ปัญหาการดูด/ขุดทรายในลําน้ํา จะพิจารณาว่าประชาชนต้องการให้มีการดูดทรายหรือไม่ โดยให้
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้สํารวจความต้องการของประชาชนดังกล่าว และใช้เกณฑ์ของกระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและเกณฑ์ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการดําเนินการ พร้อมกับหามาตรการ
ด้านสิ่งแวดล้อมมาใช้บังคับควบคุม กรณีท่าเรือขนทราย กรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี จะดําเนินการ
ประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อตรวจสอบและสํารวจท่าเทียนเรือขนถ่ายดินทรายที่ไม่ถูกต้อง
โดยดําเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด ในระดับท้องถิ่น มีมาตรการการตรวจสอบในระหว่างการดําเนินการของ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

