Page 218 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 218
๘๔ | - ผ
กรณีร้องเรียนที่ ๔๗/๒๕๔๙ รายงานที่ ตส. ๑๒๔/๒๕๕๐
เรื่อง สิทธิชุมชน กรณีราษฎรได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยเสม็ด อ่างเก็บน้ําบ้าน
หัวอ่าง และอ่างเก็บน้ําบุอาเปาว์ กิ่งอําเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์
สภาพปัญหา
การก่อสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยเสม็ด อ่างเก็บน้ําบ้านหัวอ่าง และอ่างเก็บน้ําบุอําเปาว์ ในพื้นที่กิ่งอําเภอพนม
ดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๒๘ ทําให้น้ําท่วมพื้นที่ทํากินของราษฎรจํานวนมาก แต่จนถึง
ปัจจุบันนี้ ก็ยังไม่มีการจ่ายค่าชดเชยหรือหาที่ดินทดแทนให้แก่ราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อน
๑. กรณีการสร้างอ่างเก็บน้ําห้วยเสม็ด อ่างเก็บน้ําหัวอ่าง และอ่างเก็บน้ําบุอําเปาว์ เป็นกรณีตัวอย่างของ
การละเมิดสิทธิของราษฎรและสร้างความเดือดร้อนให้กับราษฎรโดยขาดขบวนการชดเชยช่วยเหลือในอดีต
เหตุการณ์ดังกล่าวแม้ว่าจะเกิดก่อนที่จะมีมาตรการชดเชยเช่นในปัจจุบัน แต่จากหลักสิทธิมนุษยชนและหลัก
กฎหมายทั่วไปที่ว่าถ้าได้รับความเสียหายก็ต้องได้รับการเยียวยาความเสียหายนั้น รัฐบาลควรหามาตรการ
ช่วยเหลือและชดเชยตามสมควรเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม
๒. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๔๐ มาตรา ๓๐ บัญญัติว่า บุคคลย่อมเสมอกันใน
กฎหมายและได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน การที่คณะรัฐมนตรีได้มีการประชุมเมื่อวันที่ ๒๘
เมษายน ๒๕๔๑ ลงมติเกี่ยวกับการสร้างเขื่อนว่า ในหลักการจะไม่มีการจ่ายค่าชดเชยหรือค่าทดแทนซ้ําซ้อนหรือ
ย้อนหลัง เนื่องจากจะทําให้การเรียกร้องเขื่อนที่สร้างเสร็จแล้ว ตามมาอีกมากมาย ซึ่งจะทําให้รัฐบาลต้องแก้ปัญหา
ไม่รู้จบ การจ่ายเงินชดเชยหรือทดแทน จะจ่ายให้เฉพาะเขื่อนที่ก่อสร้างใหม่ นั้น มติดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการเลือก
ปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรม
๓. การจําแนกโครงการอ่างเก็บน้ํา เป็นขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก โดยไม่คํานึงถึงความเดือดร้อน
ของราษฎรที่ได้รับผลกระทบเสมอกัน ไม่ว่าอ่างเก็บน้ําขนาดใดก็ตาม ถือเป็นการจําแนกโครงการที่นําไปสู่ปัญหา
การละเมิดสิทธิ และทําให้ผู้เดือดร้อนไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งควรดําเนินการแก้ไขระเบียบดังกล่าว
มติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
• คณะรัฐมนตรี ทบทวนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๑ เกี่ยวกับการสร้างเขื่อนว่า
ในหลักการจะไม่มีการจ่ายค่าชดเชยหรือค่าทดแทนซ้ําซ้อนหรือย้อนหลัง เนื่องจากจะทําให้การเรียกร้องเขื่อนที่
สร้างเสร็จแล้ว ตามมาอีกมากมาย ซึ่งจะทําให้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาไม่รู้จบ การจ่ายเงินชดเชยหรือทดแทน จะจ่าย
ให้เฉพาะเขื่อนที่ก่อสร้างใหม่ โดยมีมติคณะรัฐมนตรีให้มีการจ่ายค่าชดเชยหรือทดแทนสําหรับค่าที่ดิน ค่ารื้อย้าย
บ้านเรือน สิ่งปลูกสร้าง ค่าทดแทนต้นไม้ยืนต้น พืชล้มลุก ให้แก่ราษฎรผู้ถือครองที่ดินซึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ์อย่างเป็น
ธรรม โดยพิจารณาเป็นรายกรณีทั้งเขื่อนที่สร้างเสร็จแล้วและที่จะสร้างใหม่ ทั้งนี้ให้มีมติภายในระยะเวลา ๙๐ วัน
นับแต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”

