Page 219 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 219

ผ -  | ๘๕



                          •  คณะรัฐมนตรี มีมติคณะรัฐมนตรีให้จ่ายค่าชดเชยสําหรับการเสียประโยชน์หรือการจ่ายค่าชดเชย

               ที่ล่าช้าเพิ่มเติมจากข้อ ๔.๑ ตามระยะเวลาที่ล่วงเลยมาอย่างเหมาะสม ทั้งนี้ให้มีมติภายในระยะเวลา ๙๐ วัน นับ
               แต่วันที่ได้รับรายงานผลการตรวจสอบ


                          •  กรมชลประทานเสนอให้มีการแก้ไขระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี  ว่าด้วยการบริหารทรัพยากรน้ํา

               แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๒ ข้อ ๕ (๕)  กําหนดความหมายของแหล่งน้ําขนาดเล็ก ที่ว่า “แหล่งน้ําประเภทอ่างเก็บน้ํา
               คลองส่งน้ํา หนอง บึง สระน้ํา บ่อน้ําตื้น บ่อน้ําบาดาล ภาชนะเก็บกักน้ํา และอื่นๆ ซึ่งใช้เวลาในการดําเนินการ

               ก่อสร้างไม่เกิน ๑ ปี  และไม่มีการจ่ายค่าชดเชยสําหรับที่ดิน” โดยแก้ไขให้มีการจ่ายค่าชดเชยสําหรับแหล่งน้ํา
               ประเภทอ่างเก็บน้ําและคลองส่งน้ําขนาดเล็ก  ทั้งนี้ ให้เริ่มดําเนินการ ภายในระยะเวลา ๖๐ วัน นับแต่วันที่ได้รับ

               รายงานผลการตรวจสอบ


               การแก้ไขปัญหาของหน่วยงานตามมติของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                      คณะรัฐมนตรี  ยังไม่ดําเนินการ จึงให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ติดตามเร่งรัดการแก้ไขพร้อม

               กํากับดูแลการดําเนินงานอย่างใกล้ชิดเพราะเนื่องจากชาวบ้านได้ร้องมาเป็นระยะเวลา ๑๐ ปีแล้ว

                      กรมชลประทาน  ยังไม่ได้ดําเนินการใด ๆ  ให้ข้อมูลว่าได้ร่วมประชุม คณะกรรมการธิการยุติธรรมและ

               สิทธิมนุษยชนของสภาผู้แทนราษฎร  มีมติมอบหมายให้จังหวัดสุรินทร์แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและรายงาน

               คณะกรรมาธิการ  และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า  โครงการนี้เป็นโครงการที่ชุมชนเป็นผู้ร้องขอต่อกรมชลประทาน และ
               องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้จัดหาพื้นที่  กรมชลประทานเป็นเพียงผู้ดําเนินการก่อสร้างโดยไม่ทราบว่า ที่ดินที่

               สร้างอ่างเก็บน้ํามีผู้ครอบครองหรือไม่ กรมชลประทานรับมอบพื้นที่ในการก่อสร้างโดยไม่มีปัญหาเกี่ยวกับ
               กรรมสิทธิ หรือสิทธิครอบครองในที่ดินแต่อย่างใด และเมื่อก่อสร้างเสร็จแล้วได้มอบให้ท้องถิ่นดูแล


                      หากจะมีการจ่ายค่าชดเชย ก็สมควรที่จะแก้ไขระเบียบหรือมติคณะรัฐมนตรี สําหรับโครงการก่อสร้างใหม่
               เท่านั้น สําหรับโครงการขนาดเล็กที่มีอยู่ทั่วประเทศนับหมื่นโครงการ คงเป็นการยากที่จะพิสูจน์การได้มาของสิทธิ

               ในที่ดิน เพราะบาโครงการก่อสร้างมานานกว่า ๕๐  ปีแล้ว เอกสารการอุทิศที่ดินเพื่อก่อสร้างอ่างเก็บน้ําที่ท้องถิ่น
               เป็นผ้ําเนินการนั้นคงค้นหาได้ยาก


                      สําหรับมาตรการการแก้ไข  ก็ควรจัดเป็นแผนงานก่อสร้างของกรมชลประทาน มิใช่ท้องถิ่นจัดหาพื้นที่ให้
               เพราะกรมชลประทานจะได้จัดตั้งงบประมาณเพื่อการเจรจาของซื้อหรือเวนคืน  หรือจ่ายตามวิธีอื่น เช่นจ่ายตาม

               มติคณะรัฐมนตรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่เจ้าของที่ดิน

                      ในกรณีที่ดินไม่มีเอกสารสิทธิ หรือเป็นที่ของทางราชการแต่ราษฎรบุรุกเข้าไปจับจอง ก็จะต้องเป็น

               โครงการใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเท่านั้น  สําหรับโครงการเก่าที่สร้างมานานแล้วนั้น เนื่องจากรมชลประทาน

               ไม่ได้เป็นผู้จัดซื้อที่ดิน   ตามระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ําแห่งชาติ พ.ศ.
               ๒๕๓๒ ข้อ ๕ (๕)  หากคณะรัฐมนตรีต้องการจ่ายค่าชดเชย  ก็ต้องมีการพิสูจน์สิทธิการครอบครอง  ในกรณีที่ไม่มี

               เอกสารสิทธิ์  ซึ่งทําได้ยาก





                       รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา”
   214   215   216   217   218   219   220   221   222   223   224