Page 181 - รายงานฉบับสมบูรณ์ โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ
P. 181
ผ - | ๔๗
ไม่ได้รับอนุญาตและไม่เข้าลักษณะของสิ่งปลูกสร้างที่พึงอนุญาตได้ตามกฎกระทรวงแล้ว การกระทําดังกล่าวจึงเป็น
การฝ่าฝืนกฎหมาย ดังนั้น การดําเนินการทางปกครองตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ําไทย พระ
พุทธศักราช ๒๔๕๖ และพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.๒๕๓๙ ในการออกคําสั่งให้รื้อถอนก็
ต้องดําเนินการต่อไป กรมฯ ไม่อาจยุติกระบวนการตามกฎหมายได้ แม้ต่อมาจะมีการเพิกถอน น.ส.๓ ก.ตามมติ
ของ คอก.น้ําแร่ฯ ทําให้พื้นที่ดังกล่าวกลายเป็นที่สาธารณประโยชน์ ผู้ร้องเรียนก็ไม่อาจขออนุญาตปลูกสร้างล่วงล้ํา
ลําน้ําได้ เนื่องจาก กฎกระทรวงฉบับที่ ๖๓ ข้อ ๓ กําหนดให้ผู้ขออนุญาตต้องเป็น ผู้มีกรรมสิทธิ์ หรือเป็นผู้มี
สิทธิครอบครอง หรือเป็นผู้มีอํานาจหน้าที่ดูแลรักษาที่ดินที่ติดกับแม่น้ําลําคลอง ดังนั้น กรมฯ จึงไม่อาจดําเนินการ
รับรองสิทธิของชุมชนตามมติของ กสม. ได้
กรมที่ดิน ได้มีหนังสือเลขที่ มท ๐๕๑๖.๒/๖๐๙๑ ๐๖-ลงวันที่ มี.ค.-๕๑ ชี้แจงข้อเท็จจริงและ
รายละเอียดเกี่ยวกับการออก น.ส. ๓ ก. ยังไม่เพียงพอที่จะพิจารณาดําเนินการเพิกถอนตามมาตรา ๖๑ แห่ง
ประมวลกฎหมายที่ดิน ได้ จึงได้แจ้งให้จังหวัดจันทบุรีตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการออก น.ส. ๓ ก. เพิ่มเติม
หากได้รับแจ้งผลการตรวจสอบจากจังหวัดจันทบุรีและกรมที่ดินพิจารณาเป็นประการใด จะเรียนให้ทราบต่อไป
จังหวัดจันทบุรี ได้มีหนังสือเลขที่ จบ ๐๐๑๗.๔/๖๐๖๔ ๐๖-พ.ค.-๕๑ ชี้แจงว่า ตามที่ กสม. แจ้งมาตรการ
ให้จังหวัดจันทบุรี ร่วมกับการมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี ดําเนินการรับรองสิทธิของชุมชนในการจอดและ
เฝ้าเรือ และการใช้ประโยชน์อื่นได้ นั้น จังหวัดฯ ได้ประสานแจ้งให้สํานักงานการขนส่งทางน้ําที่ ๖ สาขาจันทบุรี
ดําเนินการแล้ว ได้รับรายงานว่า ไม่สามารถดําเนินการได้ เนื่องจากการปลูกสร้างเพิงที่พักเฝ้าเรือ เป็นสิ่งปลูกสร้าง
ที่ไม่อยู่ในหลักเกณฑ์ของกฎกระทรวง ฉ.ที่ ๖๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗) ออกตามความในมาตรา ๑๑๗ ว๒ พรบ.การเดินเรือ
ในน่านน้ําไทย พ.ศ.๒๕๔๖ ที่พึงอนุญาตได้ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาระดับเหนือขึ้นไป พิจารณาดําเนินการ
ต่อไปแล้ว ขณะนี้ยังไม่ทราบผลการพิจารณา ซึ่งจังหวัดจันทบุรีพิจารณาแล้วเห็นว่า ปัจจุบันยังไม่มีกฎหมาย
บัญญัติกําหนดหลักเกณฑ์ อํานาจหน้าที่เกี่ยวกับการับรองสิทธิของชุมชนไว้แต่อย่างใด จังหวัดจันทบุรีจงไม่
สามารถดําเนินการได้ อย่างไรก็ดี ในการดําเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ราษฎรได้ใช้สิทธิประโยชน์เกี่ยวกับลําน้ํา
คลองวังโตนด โดยการสร้างเพิงที่พักสําหรับเฝ้าเรือดังกล่าว ต้องดําเนินการไปตาม พรบ.การเดินเรือในน่านน้ําไทย
พ.ศ. ๒๕๔๖ และเห็นว่า กรณีนี้ ชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์ในลําน้ําคลองวังโตนดมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ถูกห้ามจน
ได้รับความเดือดร้อน และเป็นเรื่องที่น่าเห็นใจ จึงสมควรได้รับการพิจารณาผ่อนผันให้สามารถดําเนินการใช้
ประโยชน์ลําน้ํา ตามที่ กสม.ได้วินิจฉัยแล้ว แต่เนื่องจากการดําเนินการดังกล่าวอยู่ในอํานาจหน้าที่ของกรมการ
ขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี ดังนั้น จังหวัดจันทบุรี จึงแจ้งให้กรมการขนส่งทางน้ําและพาณิชยนาวี พิจารณา
ดําเนินการเพื่อผ่อนผันตามอํานาจหน้าที่ต่อไปแล้ว
ผู้ร้องเรียนให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ปัญหาดังกล่าวกําลังได้รับการแก้ไขจากหน่วยงาน คือ กรมชลประทาน
โดยการจัดการสรรที่อาศัยและที่จอดเรือของชาวบ้านโดยรวม พร้อมปรับลอกคลองให้ลึกโดยเรือสามารถจอดได้
แต่ขณะนี้ขั้นตอนอยู่ในระหว่างการดําเนินงาน ซึ่งกรมชลประทานกําลังจัดสรรให้ ๖ รายที่เดือดร้อนเรื่องที่อยู่
อาศัยจริงๆ
รายงานฉบับสมบูรณ์ “โครงการวิจัยเรื่อง รูปแบบ แนวทาง และมาตรการในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ํา

