Page 86 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 86
84
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒
จังหวัดสงขลาในกรณีการออกคำาสั่งคดีไต่สวนการตายกรณีตากใบไปแล้ว เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม
๒๕๕๒ ที่ศาลจังหวัดสงขลา ว่าศาลจังหวัดสงขลาอาจทำาคำาสั่งไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามหลักการ
ไต่สวนการตาย เนื่องจากศาลไม่ได้กล่าวถึงพฤติการณ์ที่ตายและไม่กล่าวว่าใครเป็นผู้ทำาหรือทำาร้าย
ผู้ตายเท่าที่จะกล่าวได้ และศาลวินิจฉัยถึงเหตุที่ตายแต่เพียงว่า ผู้ตายขาดอากาศหายใจนั้นขัดกับ
ความเข้าใจของสาธารณชนที่ข้อเท็จจริง มีทั้งพยานบุคคล พยานเอกสาร ภาพถ่าย และวัตถุพยาน
เป็นแผ่นบันทึกภาพและเสียงของเหตุการณ์ ว่ามีบุคคลหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายใดเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรบ้าง
ทีมทนายความตัวแทนญาติกรณีตากใบขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำาสั่งกลับคำาสั่งไม่รับคำาร้องของศาลอาญา
และเพิกถอนคำาสั่งของศาลจังหวัดสงขลาที่ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นธรรม ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
และกฎหมาย และให้ศาลอุทธรณ์มีคำาสั่งใหม่ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏจากพยานหลักฐานในสำานวน
ความเดิม ให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป โดยทนายความและญาติไม่
สามารถยื่นคำาร้องที่ศาลสงขลาได้เพราะคำาสั่งคดีไต่สวนการตายถือเป็นการสิ้นสุด จึงจำาเป็นต้องนำา
คดีนี้มายื่นต่อศาลอาญาเป็นคดีใหม่
ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรมของภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาควิชาการ ตลอดจนคณะกรรมการอิสระ
เพื่อความสมานฉันท์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (กอส.) ซึ่งมีอดีตนายกรัฐมนตรี นายอานันท์ ปันยารชุน
เป็นประธาน ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างจริงจังจากภาครัฐเท่าที่ควรจะเป็น
ยุทธศาสตร์ในการแก้ไขปัญหา มีความจำาเป็นที่จะต้องสร้างความไว้วางใจให้ประชาชน
ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มั่นใจในความจริงใจของรัฐ และหน่วยงานรัฐ ที่จะร่วมกันหาแนวทาง
ในการแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อนอย่างเป็นรูปธรรม ให้การเคารพในศาสนา วัฒนธรรม และการประพฤติ
ปฏิบัติที่แตกต่าง และต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจในระดับต่างๆ
ขณะเดียวกันก็ลดเงื่อนไขและปัจจัยที่จะนำามาสู่ความขัดแย้ง และความไม่พอใจที่ได้สะสมไว้ตลอด
ระยะเวลา ๔ - ๕ ปีที่ผ่านมา หรือยาวนานกว่านั้น อย่างไรก็ดี กระบวนการยุติธรรมยังเป็นมาตรการ
ที่สำาคัญที่สุดในการฟื้นความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐ กรณีที่ประชาชนยังไม่ได้รับความเป็นธรรมใน
กรณีตากใบ เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๗ เหตุการณ์นองเลือดที่มัสยิดกรือเซะ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน
๒๕๔๗ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต จำานวน ๓๒ คน และแม้จะผ่านไปเป็นเวลา ๕ ปีแล้วแต่ก็ยังคงไม่มี
ความคืบหน้าเท่าที่ควร เหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้ รวมถึงความรู้สึกที่ค้างคาใจในเรื่องความเป็นธรรม
อาจเป็นอุปสรรคสำาคัญที่ทำาให้การแก้ไขปัญหามีความยากลำาบากมากยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ดี ปมเงื่อนสำาคัญประการหนึ่ง คือ ประเด็นความเป็นธรรมที่เกี่ยวกับอัตลักษณ์ทาง
ชาติพันธุ์และศาสนายังเป็นปัญหาที่เด่นชัดมาก ความเหินห่างระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐ ข้าราชการกับ
ประชาชนยังคงเป็นปัญหาหลัก ขณะเดียวกันความยุติธรรมก็เป็นปัญหาหลักที่ยังถูกระบุอยู่ว่า
เป็นสาเหตุของการก่อความไม่สงบ ความจริงแล้วปัญหาความยุติธรรมในทุกด้าน มีความสัมพันธ์
เชื่อมโยงกับอคติทางด้านชาติพันธุ์ และศาสนาอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

