Page 90 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 90
88
รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒
๙. รัฐบาลควรบังคับใช้กฎหมายปราบปรามการค้ามนุษย์อย่างจริงจัง นำาตัวผู้
กระทำาผิดมาดำาเนินคดีและให้การดูแลสตรีและเด็กที่เป็นเหยื่ออย่างเหมาะสม สำาหรับ
แรงงานข้ามชาติ รัฐบาลควรดูแลแรงงานที่ขึ้นทะเบียนและเข้าสู่ระบบแล้วให้ได้รับการ
คุ้มครองสิทธิตามกฎหมาย เร่งรัดการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่าง
ประเทศ ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ (เสรีภาพในการรวมตัวเป็นสมาคม/สิทธิ ในการต่อรอง)
และควรปฏิบัติต่อแรงงานข้ามชาติที่ยังไม่มีสถานะตามกฎหมายโดยคำานึงถึงศักดิ์ศรี
ความเป็นมนุษย์และให้ความคุ้มครองสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน
๑๐. รัฐบาลควรเร่งรัดการให้สัญชาติแก่บุคคลที่ไร้สถานะกลุ่มต่างๆ ตาม
ยุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล เมื่อปี ๒๕๔๘ รวมทั้งคืน
สัญชาติให้แก่คนไทยพลัดถิ่นและให้การคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานต่างๆ
๑๑. กสม. แสดงความชื่นชมที่รัฐบาลไทยให้ที่พักพิงแก่ผู้หนีภัยการสู้รบของพม่า
และให้การดูแลผู้หนีภัยตามหลักมนุษยธรรม แต่ในการส่งตัวผู้หนีภัยการสู้รบกลับ
ประเทศ รัฐบาลต้องเคารพหลักสิทธิมนุษยชนสากลเกี่ยวกับการไม่ส่งกลับ หากมีผล
กระทบต่อความปลอดภัยในชีวิตของผู้หนีภัย
๑๒. กสม. สนับสนุนกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยที่เกิดจากการผลักดันของ
ภาคประชาสังคมเพื่อสร้างความเป็นธรรมและลดความเหลื่อมล้ำาทางสังคม รัฐบาลจะ
ต้องสนับสนุนการปฏิรูปอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยควรให้ความสำาคัญกับการปฏิรูป
ที่ดินทำากิน การปฏิรูประบบภาษี การปฏิรูประบบความยุติธรรม ระบบการศึกษา
ระบบสังคมสวัสดิการ และการปฏิรูปสื่อ ตลอดจนสนับสนุนการกระจายอำานาจไปสู่
ชุมชนท้องถิ่นอย่างจริงจัง ทั้งนี้ เพราะการปฏิรูปจะนำาไปสู่การเคารพสิทธิและศักดิ์ศรี
ความเป็นมนุษย์ในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง

