Page 82 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 82

80

                               รายงานการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๒





                          การขอออกหมายจับตามพระราชกำาหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ เป็น

                  เพียงการดำาเนินงานระหว่างพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชกำาหนดดังกล่าวกับศาล
                  ที่มีอำานาจอนุญาตออกหมายเท่านั้น  แม้แต่เจ้าหน้าที่ศาลก็ไม่สามารถตรวจสอบได้  จนกว่าจะมีการ
                  ยื่นคำาร้องขอขยายระยะเวลาการควบคุมตัว

                          การขาดระบบการบันทึกและการจัดการเก็บเอกสารเพื่อตรวจสอบดังกล่าว  ส่งผลกระทบ
                  ในทางปฏิบัติที่ว่า  บันทึกของศาลจะปรากฏเพียงตัวเลขหมายจับ (หมาย ฉฉ.) โดยไม่มีการบันทึก
                  ชื่อ-สกุลของผู้ถูกควบคุมตัว  ทำาให้ญาติและทนายความไม่สามารถตรวจสอบการออกหมายจับ

                  และการสิ้นสุดของหมายจับดังกล่าวได้  ทำาให้เกิดการจับและควบคุมตัวซ้ำา  หรือปรากฏว่ามีกรณีที่
                  บุคคลผู้ต้องสงสัยได้รับจดหมายเรียกตัวให้เข้าร่วมโครงการอบรมอาชีพ  โดยกำาหนดเงื่อนไขว่าหาก

                  เข้าร่วมโครงการอบรมฯจะได้รับการพิจารณาถอนหมายจับ ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถตรวจสอบ
                  ได้ว่ามีการออกหมายจับ หรือหมายจับดังกล่าวสิ้นสุดลงแล้วหรือไม่
                          ๓.  สิทธิในการพบทนายความและสิทธิได้รับการเยี่ยมถูกจำากัด  โดยข้อ ๒ แห่งระเบียบ

                  กอ.รมน.ฯ  โดยกำาหนดเพียงให้ญาติที่ใกล้ชิดเท่านั้นที่สามารถเข้าเยี่ยมได้  ซึ่งข้อกำาหนดดังกล่าวนี้มิได้
                  เป็นไปตามมาตรฐานขั้นต่ำาในการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้ถูกควบคุมตัว นอกจากนี้ ในช่วงเวลา

                  ที่สิทธิดังกล่าวข้างต้นฯ ถูกจำากัดนี้ พบว่ามีข้อร้องเรียนจำานวนไม่น้อยว่ามีการซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัย
                          ๔.  ในการยื่นคำาร้องขอขยายระยะเวลาการควบคุมตัวตามหมาย ฉฉ.  ตามข้อ ๓.๗ ของ
                  ระเบียบ กอ.รมน.ฯ ระบุว่า “ไม่ต้องนำาตัวผู้ถูกควบคุมตัวมาศาล  เพียงแต่ต้องแสดงให้ศาลเห็นถึง

                  เหตุจำาเป็นที่ต้องขอขยายเวลาควบคุมตัว..”  ซึ่งข้อกำาหนดดังกล่าวนี้ขัดต่อหลักการพื้นฐานในการ
                  ขอขยายระยะเวลาการควบคุมตัวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาอันเป็นการปิดโอกาส
                  ผู้ถูกควบคุมตัวที่จะแถลงต่อศาลว่า จะคัดค้านคำาร้องขอขยายระยะเวลาการควบคุมตัวหรือไม่

                  อย่างไร ซึ่งมิได้เป็นไปตามหลักการการตรวจสอบถ่วงดุลโดยฝ่ายตุลาการ
                          ๕.  ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่ปรากฏว่ามีการกำาหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการออก
                  หมายค้นโดยระเบียบ กอ.รมน.ฯ ดังกล่าว  รวมถึงศาลยุติธรรมเองก็ไม่ปรากฏว่ามีเช่นเดียวกัน ซึ่งการ

                  ขาดหลักเกณฑ์และวิธีการในการออกหมายค้นดังกล่าว ทำาให้เกิดกรณีร้องเรียนว่า ภายหลังการ
                  ตรวจค้นมีการยึดทรัพย์สินโดยเจ้าหน้าที่รัฐ โดยไม่สามารถตรวจสอบถึงอำานาจในการยึด และ

                  ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบเพื่อติดตามเอาทรัพย์สินคืนได้
                            เมื่อสามจังหวัดชายแดนภาคใต้และสี่อำาเภอในจังหวัดสงขลาเป็นเขตพื้นที่พิเศษมีกฎหมาย
                  ๓ ฉบับบังคับใช้ ได้แก่ พระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.๒๔๕๗  พระราชกำาหนดการบริหารราชการ

                  ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.๒๕๔๘  และพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
                  พ.ศ.๒๕๕๑  กฎหมายทั้งหมดได้ส่งผลกระทบต่อการดำาเนินชีวิตของบุคคลที่อาศัยอยู่ในสามจังหวัด

                  ชายแดนภาคใต้เป็นอย่างมาก เช่น มาตรา ๑๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกฯ ที่เจ้าหน้าที่
                  ฝ่ายทหาร มีอำานาจเหนือเจ้าหน้าที่ฝ่ายอื่นทั้งหมด สามารถเข้าปิดล้อม ตรวจค้นและจับกุมชาวบ้าน
                  ได้ และยังให้อำานาจแก่เจ้าหน้าที่เมื่อสงสัยว่าบุคคลใดมีพฤติกรรมกระทบต่อความมั่นคงภายใน
   77   78   79   80   81   82   83   84   85   86   87