Page 91 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 91
89
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
อนึ่ง ในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการตรวจสอบและ
รายงานการกระทำาหรือละเลยการกระทำาอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรืออันไม่เป็นไปตาม
พันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี ตลอดระยะเวลา ๙ ปีที่ผ่านมา นับแต่เริ่มก่อตั้ง
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พบว่า หน่วยงานภาครัฐจนถึงระดับรัฐบาลยังไม่ให้ความสำาคัญ
ในการดำาเนินการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการกระทำาที่ไม่เป็นธรรมตามมาตรการ
การแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในรายงานผลการตรวจสอบของ กสม. เท่าที่ควร ทั้งนี้
อาจเป็นเพราะบุคลากรภาครัฐ ตลอดจนสมาชิกรัฐสภาส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจในบทบาทหน้าที่ของ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
๒๕๔๐ และ ๒๕๕๐ รวมทั้งพระราชบัญญัติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒
ประการสำาคัญ สถาบันนิติบัญญัติหรือรัฐสภามิได้บรรจุวาระการประชุมในการรับทราบ
รายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และองค์กรอิสระอื่นๆ ตามรัฐธรรมนูญเอาไว้ใน
วาระสำาคัญ มีการเลื่อนประชุมหลายครั้ง ครั้งละเป็นเดือน อีกทั้งการอภิปรายซักถามก็มักจะมิใช่
ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมคุ้มครองสิทธิมนุษยชนตามอำานาจหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิ
มนุษยชนแห่งชาติแต่อย่างใด คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงขอเรียกร้องให้รัฐสภามีการ
ปรับปรุงในด้านการพิจารณารายงานขององค์กรอิสระเป็นวาระพิเศษที่สาธารณชนควรจะได้มีโอกาส
รับรู้อย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการร่วมกันรับผิดชอบต่อภารกิจการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ
มนุษยชนอย่างมีประสิทธิภาพและมีความหมายต่อการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
ในส่วนของภาครัฐควรจัดตั้งคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างสำานักนายกรัฐมนตรี
กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงาน กระทรวง
ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำานักงานตำารวจแห่งชาติ และองค์กรอื่นๆ ของรัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อ
ติดตามและแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม และเพื่อเป็นการสนับสนุนภารกิจตามแผนสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติด้วย

