Page 73 - รายงานประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย ปี 2551 - 2552
P. 73

71


                                                 คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ




                             ๔.๗  ในคดีอ�ญ� ผู้ต้องห� หรือจำ�เลยมีสิทธิได้รับก�รสอบสวนหรือพิจ�รณ�คดีที่ถูกต้อง

                     รวดเร็ว และเป็นธรรม โอก�สในก�รสู้คดีอย่�งเพียงพอ  ก�รตรวจสอบหรือได้รับทร�บพย�นหลักฐ�น
                     ต�มสมควร  ก�รได้รับคว�มช่วยเหลือในคดีจ�กทน�ยคว�มและก�รได้รับก�รปล่อยตัวชั่วคร�ว
                             เรื่องการปล่อยตัวชั่วคราวยังคงมีปัญหาในทางปฏิบัติ เช่น ในกรณีสามจังหวัดชายแดน

                     ภาคใต้  และกรณีที่ศาลกำาหนดให้มีหลักประกันในทุกคดี  ในขณะที่กฎหมายกำาหนดไว้เฉพาะในคดีที่
                     มีโทษ จำาคุกเกิน ๕ ปี เท่านั้น
                             ๔.๘  ในคดีแพ่ง บุคคลมีสิทธิที่จะได้รับก�รช่วยเหลือท�งกฎหม�ยอย่�งเหม�ะสมจ�กรัฐ

                     โดยมีการเปลี่ยนหลักการจากเดิมที่เป็นการขอพิจารณาคดีอย่างคนอนาถา  มาเป็นการขอยกเว้น
                     ค่าธรรมเนียมศาล  ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๕๕ ซึ่งแก้ไขท้ายมาตรา ๘

                     แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ.๒๕๕๑




                            สิทธิในกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญสำาหรับผู้พิการ หรือทุพพลภาพ ผู้สูงอายุ



                             กระบวนการยุติธรรมทั่วไปในคดีอาญา เช่น การที่กฎหมายบัญญัติให้มีล่ามภาษามือใน
                     กรณีคนหูพิการไม่ได้ยิน  แต่กลับมีปัญหาในทางปฏิบัติ เพราะชั้นสอบสวนไม่มีกฎหมายบัญญัติให้

                     อำานวยความสะดวกแก่คนพิการที่เป็นพยานหรือผู้ต้องหา
                             การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม  การจำากัดสิทธิคนพิการในการประกอบอาชีพ  โดยเฉพาะ
                     ในกระบวนการยุติธรรม เช่น ในระเบียบข้าราชการตุลาการและระเบียบข้าราชการอัยการ  กำาหนด

                     คุณสมบัติไว้ว่า จะต้องไม่มีสภาพกายและจิตที่ไม่เหมาะสม ซึ่งคนพิการถูกตีความให้อยู่ในความหมาย
                     การมีสภาพกายและจิตที่ไม่เหมาะสมด้วย ก่อให้เกิดความรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคน

                     พิการไม่สามารถเข้าไปทำางานอยู่ในกระบวนการยุติธรรมได้  ขณะที่คนร่างกายปกติก็ไม่มีความเข้าใจ
                     ที่จะนำาความยุติธรรมมาสู่คนพิการได้
                             บางครั้งแม้กฎหมายไม่เลือกปฏิบัติ  แต่อาจเกิดปัญหาในการบังคับใช้ เช่น กรณีนักเรียน

                     ตาบอดในโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยถูกปฏิเสธไม่ให้ศึกษาต่อ เนื่องจากผู้อำานวยการโรงเรียนมีนโยบาย
                     ไม่รับนักเรียนที่ตาบอดเข้าศึกษา  ถือเป็นการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม  และไม่ให้โอกาสที่จะ
                     พัฒนาศักยภาพของผู้พิการ เพื่อที่จะไม่เป็นภาระแก่ตนเองและสังคม



                                               การปฏิรูปตำารวจ และระบบยุติธรรม




                             ในช่วง ปี ๒๕๔๘ - ๒๕๕๐ เป็นที่กล่าวขานกันอย่างกว้างขวางว่า  เจ้าหน้าที่ตำารวจมิได้
                     ปฏิบัติหน้าที่อย่างสอดคล้องกับภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้ดำาเนินการในฐานะ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์”
                     ทำาให้สถาบันตำารวจมีภาพพจน์ที่เสื่อมถอยเป็นอย่างมากในสายตาประชาชนและสื่อมวลชน ภาพลบ
   68   69   70   71   72   73   74   75   76   77   78