Page 41 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 41

32




                       ท้าให้เกิดน้้าไหลบ่าในช่วงฤดูฝนส่งผลให้ตลิ่งถูกกัดเซาะ หรือพบปัญหาน้้าแห้งขอดในฤดูแล้ง และขาดแคลน
                       น้้าใช้สอยจะรุนแรงขึ้นเมื่อจังหวัดประกาศห้ามสูบใช้น้้าจากล้าน้้าชี ดังนั้น เพื่อให้มีน้้าใช้ตลอดปีและ

                       เป็นการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน้้าที่มีมากในช่วงฤดูฝน คนในชุมชนจึงต้องการอ่างเก็บน้้า

                       ที่มีศักยภาพพร้อมใช้งาน ขณะเดียวกัน การท้าการเกษตรที่มุ่งเน้นการใช้สารเคมีมากเกินไปกับการ
                       จัดการขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกวิธีอาจมีผลต่อคุณภาพของล้าน้้าชีในอนาคต จากการตระหนักถึงปัญหา

                       ดังกล่าว ผู้น้าชุมชน/ผู้น้าท้องถิ่นได้ด้าเนินกิจกรรมกระตุ้นการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ด้วยการปลูกป่า

                       ซึ่งเป็นจุดก้าเนิดของทรัพยากรน้้า หรือการกระตุ้นจิตส้านึกการทิ้งขยะหรือจัดการขยะอย่างเหมาะสม
                       รวมถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติผ่านความเชื่อและความศรัทธาด้วยการบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ผู้ปกปัก

                       รักษาและดูแลพื้นที่ต้นน้้าชีที่คนในชุมชนต้นน้้าชีหรือคนที่ใช้ประโยชน์จากล้าน้้าชีรอบนอกต่างให้

                       ความเคารพนับถือ
                              พื้นที่ลุ่มน้้าน่าน จังหวัดน่าน สะท้อนว่านอกจากแม่น้้าน่านแล้วยังมีแหล่งน้้าส้าคัญคือ

                       แม่น้้าว้าและแม่น้้าสาซึ่งเป็นสาขาของแม่น้้าน่าน การใช้ประโยชน์จากแหล่งน้้าเพื่อกิจกรรมทาง

                       การเกษตรซึ่งส่วนใหญ่ผ่านระบบชลประทานหรือคลองส่งน้้าที่มีผู้รับผิดชอบดูแลการเปิด-ปิด ประตูน้้า
                       หรือเครื่องสูบน้้าโดยเฉพาะ พืชปลูกที่ส้าคัญ  เช่น ข้าว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และยาสูบ อย่างไรก็ตาม

                       ในช่วงฤดูแล้งน้้าไม่เพียงพอต่อภาคการเกษตรส่งผลให้เกษตรกรแก้ปัญหาด้วยการขุดบ่อน้้าในไร่นา

                       หรือเจาะน้้าใต้ดินไว้ใช้เอง ในทางกลับกัน ส่วนใหญ่ในทุกปี เมื่อถึงฤดูฝนที่มีน้้าหลากจะท้าให้บาง
                       พื้นที่เกิดน้้าท่วมขังสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะปลูกหรือที่อยู่อาศัย ขณะที่การใช้น้้าเพื่ออุปโภค

                       ภายในครัวเรือนได้จากน้้าประปาที่มีแหล่งน้้าดิบจากบ่อบาดาล โดยน้้าประปาที่ผลิตได้บางครั้งมี

                       ปัญหาด้านคุณภาพคือสีขุ่นหรือสีสนิม แต่เพื่ออ้านวยความสะดวกต่อการบริหารจัดการแหล่งน้้าดิบ
                       ส้าหรับผลิตน้้าประปายังคงใช้น้้าใต้ดินเพื่อการผลิต ลุ่มน้้าน่านยังไม่พบความขัดแย้งจากการใช้

                       ทรัพยากรน้้า แต่เพื่อให้มีน้้าเพื่อการเกษตรหรือน้้าอุปโภคภายในครัวเรือนอย่างเพียงพอ/ลดความ

                       เสียหายจากการท่วมขัง การเพิ่มศักยภาพการกักเก็บน้้าของอ่างเก็บน้้าที่มีอยู่ในชุมชนอาจเป็น
                       แนวทางการแก้ปัญหา รวมถึงการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังหรือคันชะลอการไหลของน้้าในฤดูฝน หรือ

                       จัดท้าฝายต้นน้้าล้าธารเพื่อชะลอการไหลของน้้า ช่วยลดการพังทลายของดิน รวมถึงฟื้นฟูประเพณี

                       ท้องถิ่นคือการเลี้ยงผีฝายเพื่อสร้างขวัญก้าลังใจก่อนท้าการเกษตร หรือเพื่อให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล
                       นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการรวมกลุ่ม “กลุ่มผู้ใช้น้้าน่านและว้า” เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรน้้าและป่าไม้

                       ด้วยเห็นว่าเป็นเขตพื้นที่ต้นน้้าของแม่น้้าน่าน สิ่งส้าคัญคือชุมชนยังต้องการความช่วยเหลือด้าน

                       งบประมาณเพื่อสนับสนุนการด้าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้้าทั้งจากภาครัฐหรือ
                       ภาคเอกชน

                              ทั้งนี้ ผลจากการศึกษาพื้นที่ต้นน้้าชี จังหวัดชัยภูมิ และลุ่มน้้าน่าน จังหวัดน่าน สามารถสรุป
                       ได้ดังแสดงในตารางที่ 5.6
   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46