Page 12 - รายงานการศึกษาวิจัยฉบับย่อ สิทธิชุมชนในการจัดสรรทรัพยากรน้ำโดยใช้แนวทางสันติวิธี : กรณีศึกษาพื้นที่ต้นน้ำของประเทศไทย
P. 12

3




                       ร่วมก้าหนดกติกาและกฎเกณฑ์การใช้น้้าของชุมชนของตนเองได้ ขณะเดียวกันภาครัฐมีบทบาทหน้าที่
                       ในการสนับสนุนให้สามารถด้าเนินการไปตามหลักการดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อการเข้าถึง

                       สิทธิในน้้าและการบริหารจัดการน้้าในแต่ละพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากเกิดสภาวะวิกฤตใน

                       ทรัพยากรน้้าของประเทศไทยที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มักจะใช้กระบวนการสันติวิธี (Peaceful Means)
                       ด้วยวิธีการพูดคุย การประชุมปรึกษาหารือหาทางออกร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาในการจัดการน้้าในพื้นที่

                       ของตน (ปราโมทย์ ไม้กลัด, 2557)

                              จากเหตุผลดังกล่าวประกอบ จะเห็นได้ว่าสิทธิในการเข้าถึงทรัพยากรน้้าและสิทธิในการ
                       บริหารจัดการน้้าของประเทศไทยเพื่อลดความขัดแย้งในสภาวะวิกฤต เป็นประเด็นที่ภาครัฐและ

                       หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอ้านาจหน้าที่ตามกฎหมายในการ

                       เสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบหรือข้อบังคับต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี
                       เพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ซึ่งการด้าเนินงานดังกล่าวจ้าเป็นต้องใช้แนวทางสันติวิธี

                       เป็นพื้นฐาน ดังนั้น คณะวิจัยจึงเห็นควรและเสนอการศึกษาด้านสิทธิชุมชนในการจัดการทรัพยากรน้้า

                       โดยใช้แนวทางสันติวิธี โดยการศึกษากรณีพื้นที่ต้นน้้าของประเทศไทยในภาคเหนือและภาค
                       ตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเป็นแนวทางในการลดปัญหาความขัดแย้งและการเข้าถึงสิทธิใน

                       ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชุมชน อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ

                       แห่งราชอาณาจักรไทย


                       1.2 วัตถุประสงค์ของโครงการวิจัย

                              1. เพื่อศึกษาสิทธิของชุมชนในการบริหารจัดการน้้าด้วยแนวทางสันติวิธีในพื้นที่ต้นน้้าของ
                       ประเทศไทยภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

                              2. เพื่อวิเคราะห์ช่องว่างสิทธิชุมชนในการเข้าถึงและสิทธิในการบริหารจัดการทรัพยากรน้้า

                       ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน
                              3. เพื่อจัดท้าข้อเสนอแนะนโยบายหรือมาตรการเชิงประจักษ์ (evidence-based) ให้หน่วยงาน

                       ที่เกี่ยวข้องน้าไปใช้ให้เกิดการยกระดับสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะด้าน

                       ทรัพยากรน้้า


                       1.3 ขอบเขตของโครงการวิจัย

                              1. ขอบเขตด้านพื้นที่ศึกษา ได้แก่ กรณีพื้นที่ต้นน้้าประเทศไทยภาคเหนือและภาค

                       ตะวันออกเฉียงเหนือ
   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17