Page 102 - วารสารกฎหมายสิทธิมนุษยชน. ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563)
P. 102
ปีที่ 1 ฉบับที่ 3 (กันยายน - ธันวาคม 2563) 101
ในกรณีผู้ป่วยร�ยนี้ แม้ได้รับก�รคัดแยกต�มคว�มฉุกเฉินและจัดให้ผู้ป่วยฉุกเฉินได้รับก�รปฏิบัติก�ร
ฉุกเฉินในเบื้องต้นจ�กผู้ถูกร้องแล้วก็ต�ม แต่ม�ตร� 28 วรรคหนึ่ง (2) แห่งพระร�ชบัญญัติก�รแพทย์ฉุกเฉิน
พ.ศ. 2551 บัญญัติว่� “ผู้ป่วยฉุกเฉินต้องได้รับก�รปฏิบัติก�รฉุกเฉินจนเต็มขีดคว�มส�ม�รถของหน่วย
ปฏิบัติก�รหรือสถ�นพย�บ�ลนั้นก่อนก�รส่งต่อ” จึงรับฟังในเบื้องต้นได้ว่� ผู้ถูกร้องไม่ได้ให้ก�รรักษ�
จนเต็มขีดคว�มส�ม�รถต�มหน้�ที่ที่กฎหม�ยกำ�หนดโดยพิจ�รณ�จ�กก�รที่ผู้ถูกร้องให้ข้อเท็จจริงว่�
ขณะเกิดเหตุมีแพทย์ปฏิบัติง�นเต็มเวล�กว่� 100 คน และแพทย์รับปรึกษ�ทำ�ง�นไม่เต็มเวล�อีกกว่� 100 คน
ผู้ถูกร้องได้แสดงข้อเท็จจริงปร�กฏในเว็บไซต์ของผู้ถูกร้อง ว่�เป็นโรงพย�บ�ลศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน
ในภูมิภ�คตะวันออก มีเครื่องมือท�งก�รแพทย์ที่ทันสมัยครบครันที่จะใช้ในก�รวินิจฉัยได้อย่�งถูกต้อง แม่นยำ�
และรวดเร็ว พร้อมรับก�รส่งต่อผู้ป่วยจ�กโรงพย�บ�ลอื่น ๆ และมีพย�นหลักฐ�นจ�กคำ�ชี้แจงว่� ก�รตรวจ
ของแพทย์ของผู้ถูกร้องในแผนกศัลยกรรมกระดูกและศัลยกรรมประส�ทหลังจ�กที่ได้ตรวจผู้ป่วย เมื่อแรกเข้�
รับก�รรักษ�ต่อจ�กแพทย์เวชศ�สตร์ฉุกเฉินและแพทย์ศัลยกรรมทั่วไป โดยแพทย์แผนกศัลยกรรมกระดูก
และศัลยกรรมประส�ทได้ลงล�ยมือชื่อในเวชระเบียนรับคำ�ปรึกษ�ว่�แผนก�รรักษ�ต้องผ่�ตัดโดยแพทย์
ศัลยกรรมกระดูกและแพทย์ศัลยกรรมประส�ท พร้อมทั้งได้สั่งย�ปฏิชีวนะและย�อื่น ๆ ตลอดจนเลือด
และส�รทดแทนโลหิตอื่น ๆ เพื่อใช้สำ�หรับก�รผ่�ตัด อันแสดงให้เห็นว่� ผู้ถูกร้องมีคว�มส�ม�รถและพร้อมให้
ก�รรักษ�พย�บ�ลผู้ป่วยร�ยนี้ แต่ผู้ถูกร้องไม่ได้ดำ�เนินก�ร โดยอ้�งว่�ญ�ติผู้ป่วยขอใช้สิทธิก�รรักษ�
ที่ต้นสังกัดในโรงพย�บ�ลรัฐ ทั้งที่ผู้ป่วยอยู่ในภ�วะวิกฤติระดับสีแดง
นอกจ�กนี้ มีประเด็นที่ต้องพิจ�รณ�ว่� ก�รที่ผู้ถูกร้องอ้�งว่�ญ�ติผู้ป่วยขอใช้สิทธิที่โรงพย�บ�ลอื่น
นั้น ขัดกับพระร�ชบัญญัติก�รแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 หรือไม่ ซึ่งในบทบัญญัติม�ตร� 28 วรรคหนึ่ง (3)
แห่งพระร�ชบัญญัติก�รแพทย์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2551 ได้บัญญัติว่� “ก�รปฏิบัติก�รฉุกเฉินต่อผู้ป่วยฉุกเฉินต้อง
เป็นไปต�มคว�มจำ�เป็นและข้อบ่งชี้ท�งก�รแพทย์ฉุกเฉิน โดยมิให้นำ�สิทธิก�รประกัน ก�รขึ้นทะเบียนสถ�น
พย�บ�ล หรือคว�มส�ม�รถในก�รรับผิดชอบค่�ใช้จ่�ยของผู้ป่วยฉุกเฉิน หรือเงื่อนไขใด ๆ ม�เป็นเหตุปฏิเสธ
ผู้ป่วยฉุกเฉินให้ไม่ได้รับก�รปฏิบัติก�รฉุกเฉินอย่�งทันท่วงที” จึงสรุปได้ว่� แม้ผู้ร้องกล่�วอ้�งว่�ผู้ถูกร้อง
เรียกเก็บเงินค่�รักษ�พย�บ�ลเป็นเงินจำ�นวน 1,000,000 บ�ท แต่ผู้แทนผู้ถูกร้องได้ให้ข้อเท็จจริงว่� มีก�ร
ประเมินค่�ใช้จ่�ยประม�ณ 500,000 บ�ท เพื่อให้ผู้ร้องเตรียมแผนท�งก�รเงิน และญ�ติผู้ป่วยได้ไปกดเงิน
จ�กเครื่องรับจ่�ยเงินอัตโนมัติ (ATM) เพื่อเป็นก�รชำ�ระค่�มัดจำ�บ�งส่วนให้กับผู้ถูกร้อง และปร�กฏข้อเท็จจริง
โดยมีเอกส�รสอดรับกันว่� ผู้ถูกร้องคืนค่�มัดจำ�ก�รรักษ�พย�บ�ลให้กับผู้ร้องเป็นเงินจำ�นวน 20,000 บ�ท
ย่อมหม�ยคว�มว่� ผู้ถูกร้องมีก�รเรียกเก็บเงินจริง และในขณะที่ผู้ร้องไปกดเงินค่�มัดจำ�ให้แก่ผู้ถูกร้องเป็น
เวล�กล�งคืนช่วงเวล� 01.00 – 04.00 น�ฬิก� ซึ่งถือได้ว่�เป็นก�รสร้�งภ�ระให้แก่ผู้ร้องอันเป็นบริบททำ�ให้
ผู้ร้องเข้�ใจและตระหนักว่�มีค่�ใช้จ่�ยสูงเกินกว่�ที่จะส�ม�รถชำ�ระได้ จนเป็นเหตุให้ญ�ติผู้ป่วยตัดสินใจส่ง
ผู้ป่วยไปรักษ�ที่โรงพย�บ�ลอีกแห่งหนึ่งซึ่งมีระยะท�งห่�งจ�กผู้ถูกร้องประม�ณ 50 กิโลเมตร และเมื่อผู้
ถูกร้องส่งต่อผู้ป่วยไปยังโรงพย�บ�ลอีกแห่งหนึ่งพิจ�รณ�ถึงสภ�วะของผู้ป่วยแพทย์ของผู้ถูกร้องได้ประเมิน
อ�ก�รผู้ป่วยก่อนขึ้นรถพย�บ�ลเพื่อส่งต่อผู้ป่วย และระหว่�งท�งในก�รส่งต่อผู้ป่วยมีเจ้�หน้�ที่ของผู้ถูกร้อง
ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวช�ญด้�นศัลยกรรมประส�ททำ�ก�รจดบันทึกก�รประเมินอ�ก�รของผู้ป่วยทุก 15 น�ที
ว่�ผู้ป่วยรู้สึกตัวและมีคะแนนระดับคว�มรู้สึก 15 คะแนนเต็มตลอดก�รส่งต่อ ซึ่งบันทึกก�รส่งตัวต่อดังกล่�ว
ขัดกับบันทึกของแพทย์ศัลยกรรมประส�ทของผู้ถูกร้องว่� ผู้ป่วยมีระดับคะแนนคว�มรู้สึกตัว 12 คะแนน
เมื่อผู้ป่วยเดินท�งม�ถึงโรงพย�บ�ลอีกแห่งหนึ่ง เวล�ประม�ณ 04.45 น�ฬิก� แพทย์เวชศ�สตร์ฉุกเฉิน
โรงพย�บ�ลอีกแห่งหนึ่งตรวจวัดระดับคว�มรู้สึกตัวได้เพียง 9 คะแนนเท่�นั้น พร้อมทั้งใส่ท่อช่วยห�ยใจทันที
เมื่อถึงห้องฉุกเฉินและให้ก�รรักษ�ด้วยก�รให้โลหิต ข้อแตกต่�งของระดับคะแนนคว�มรู้สึกนั้น

