Page 5 - รายงานฉบับสมบูรณ์ เหลียวหลังแลหน้า 2 ทศวรรษ สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย
P. 5

บทสรุปการศึกษา
                             “เหลียวหลังแลหน้า 2 ทศวรรษ สิทธิมนุษยชนในสังคมไทย”

                     Looking Back to Move Forward: Reflections on Human Rights Progression
                     from Two Decades of the National Human Rights Commission of Thailand


                    ที่มาและความสำคัญ
                          สังคมไทยภูมิใจเป็นอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนสากล ด้วยเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม
                    2491 ที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยที่ 3 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส และเป็นวันที่สมัชชา
                    มีมติที่ 217 A (III) รับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of
                    Human Rights: UDHR) (สมเกียรติ เกียรติเลขากุล, 2561; บุญเกื้อ สมนึก, 2562) ซึ่งประเทศไทย
                    เป็น 1 ใน 48 ประเทศที่ร่วมประชุมและออกเสียงรับรองมติดังกล่าว ขณะที่มี 8 ประเทศที่งดออก
                    เสียง โดยที่ไม่มีประเทศใดออกเสียงคัดค้านปฏิญญาฉบับนี้ (กระทรวงการต่างประเทศ, มปป.)
                    หลักฐานดังกล่าวแสดงให้เห็นบทบาทสำคัญของไทยในเวทีโลกด้านการเห็นคุณค่าความสำคัญของ
                    การเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเสมอภาคเท่าเทียมไม่น้อยกว่าชาติอื่น ๆ
                          ผ่านไป 49 ปี หลังการร่วมประกาศรับรองปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนร่วมกับ
                    นานาชาติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการครั้งแรก
                    ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ส่งเสริม
                    สิทธิพลเมืองในเรื่องการมีส่วนร่วมทางการเมืองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย ทั้งนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่า
                    บริบทสังคมการเมืองโลกที่กำลังอยู่ในบรรยากาศเสรีประชาธิปไตยเบ่งบานมีส่วนสำคัญในการหนุน
                    เสริมขบวนการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนด้วยเช่นกัน ขณะที่วิกฤตการณ์สำคัญ ๆ ของโลกที่
                    กระทบต่อสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง เช่น เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 (เหตุการณ์ 9/11)
                    ยังไม่ค่อยถูกกล่าวถึง
                         อย่างไรก็ตาม เมื่อ กสม. ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
                    แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ตามที่ปรากฏในหมวด 6 รัฐสภา ส่วนที่ 8 “คณะกรรมการ
                    สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ” แล้ว ยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการตราพระราชบัญญัติคณะกรรมการ
                    สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2542 เพื่อรับรองการจัดตั้ง อำนาจหน้าที่ และการดำเนินงานของ
                    กสม. ขึ้นอย่างเป็นทางการ ก่อนที่จะมีกระบวนการและขั้นตอนในการสรรหาและคัดเลือกผู้ที่มาดำรง
                    ตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่ กสม. ชุดที่ 1
                         ที่ผ่านมา กสม. ได้รณรงค์ส่งเสริมการพิทักษ์ปกป้องสิทธิมนุษยชนมาจนครบรอบ 20 ปี
                    ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 3 ฉบับ โดยปัจจุบัน กสม. ทำงานภายใต้รัฐธรรมนูญแห่ง
                    ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 247 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย
                    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 มาตรา 26 และมาตรา 27 (1) กำหนดให้ กสม.
                    มีหน้าที่และอำนาจในการส่งเสริม สนับสนุน และร่วมมือแก่บุคคล หน่วยงานของรัฐ และภาคเอกชน
                    ในการศึกษา วิจัย และเผยแพร่ความรู้และพัฒนาความเข้มแข็งด้านสิทธิมนุษยชน และมาตรา 48
                    กำหนดให้สำนักงาน กสม. มีหน้าที่และอำนาจในเรื่องงานธุรการ การอำนวยความสะดวก ช่วยเหลือ
                    ส่งเสริม และสนับสนุน การปฏิบัติงานของ กสม. รวมทั้งศึกษา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมูล และ
                    สนับสนุนให้มีการวิจัยเกี่ยวกับงานของ กสม. ดังนั้น ในปี 2564 คณะกรรมการมีมติเห็นชอบให้มีการ
                    ทบทวนการทำงานที่ผ่านมาขององค์กรเพื่อการพัฒนาปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นในการ
                    ให้บริการประชาชนภายใต้แผนยุทธศาสตร์คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2565
                    ยุทธศาสตร์ที่ 5 กลยุทธ์ที่ 5.1 ปรับปรุงกระบวนการทำงานในภารกิจหลักขององค์กร (core
                    business process redesign) กลยุทธ์ที่ 5.2 พัฒนาการบริหารจัดการองค์กร ทรัพยากรบุคคลและ


                                                             -1-
   1   2   3   4   5   6   7   8   9   10