Page 44 - รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี 2563
P. 44

บางประเภทที่มีคนจำานวนมากไปทำากิจกรรม ยกเว้นสถานที่ทำาการตามที่กำาหนดและสถานที่ราชการ การปิดช่องทาง
            เข้าประเทศโดยยกเว้นบางกรณีที่จำาเป็น การงดหรือชะลอการเดินทางข้ามเขตจังหวัด การห้ามกักตุนสินค้า การห้ามชุมนุม

            เพื่อยุยงให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย และการห้ามเสนอข่าวเกี่ยวกับสถานการณ์การติดโรคอันไม่เป็นความจริง
            หรือบิดเบือนข้อมูลที่อาจทำาให้ประชาชนหวาดกลัวหรือเข้าใจผิด

                          ต่อมาในวันที่ 2 เมษายน 2563 ได้มีการออกข้อกำาหนดฉบับที่ 2 เพิ่มข้อห้ามเกี่ยวกับออกนอกเคหสถาน
            ระหว่างเวลา  22.00  น.  ถึง  04.00  น.  เว้นแต่มีความจำาเป็นหรือเป็นผู้ปฏิบัติงานบางประเภท  การห้าม
            อากาศยานขนส่งคนโดยสารเข้ามายังท่าอากาศยานในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว แต่รัฐบาลยังมีนโยบายรับ

            คนไทยกลับประเทศตามเงื่อนไขที่กำาหนด นอกจากนี้ บางพื้นที่มีมาตรการเสริมเป็นการเฉพาะ ได้แก่ การปิด
            การเดินทางระหว่างตำาบล อำาเภอ หรือจังหวัด การปิดโรงแรมและธุรกิจที่คล้ายกัน ช่วงครึ่งหลังของเดือนเมษายน
            ได้ประกาศให้ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย กัมพูชา ลาว อินโดนีเซีย และเมียนมา เป็นท้องที่ที่เป็นเขตโรคติดต่อ
            อันตรายกรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม และมีการจัดพื้นที่ควบคุมโรคของรัฐกว่า 1,200 แห่ง

                         มาตรการช่วงที่ 3 ได้เริ่มใช้ในเดือนพฤษภาคมและได้ทยอยประกาศใช้เป็นระยะ ๆ กล่าวคือ มาตรการ

            ผ่อนคลายระยะที่ 1 กำาหนดให้กิจกรรม/กิจการบางประเภทดำาเนินการได้ เช่น ร้านอาหาร ตลาดนัด ร้านเสริมสวย
            สนามกอล์ฟ สนามกีฬากลางแจ้ง สวนสาธารณะ สถานที่ให้บริการดูแลรักษาสัตว์ เป็นต้น เพื่ออำานวยความสะดวก
            แก่ประชาชนในการทำากิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำาเนินชีวิต ครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคมได้ใช้มาตรการผ่อนคลาย
            ระยะที่ 2 เช่น ลดช่วงเวลาเคอร์ฟิวลงเป็นระหว่างเวลา 23.00 - 04.00 น. เป็นต้น

                          ในเดือนมิถุนายน รัฐบาลได้ใช้มาตรการผ่อนคลายระยะที่ 3 และ 4 เพื่ออำานวยความสะดวก
            ในการจัดการเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 4 จังหวัดลำาปาง และเพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

            โดยในระยะที่ 3 ข้อกำาหนดฉบับที่ 9 ได้ลดช่วงเวลาเคอร์ฟิวลงอีกเป็นระหว่างเวลา 23.00 - 03.00 น. มีการผ่อนคลาย
            การเดินทางข้ามเขตจังหวัด การอนุญาตให้ใช้สถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาเพื่อการสอนด้านวิชาชีพ ศิลปะ
            และกีฬา รวมถึงการจัดสอบคัดเลือกนักเรียนสำาหรับการเปิดภาคเรียนในปีการศึกษา 2563 การผ่อนคลายประเภท

            กิจกรรมด้านเศรษฐกิจและการดำาเนินชีวิตเพิ่มเติม เช่น ด้านการเดินทาง บริษัท ขนส่ง จำากัด เริ่มเปิดเดินรถเส้นทางภาคใต้
            ตั้งแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2563 และบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำากัด (มหาชน) ได้เพิ่มจำานวนท่าอากาศยานที่เปิด
            ให้บริการเฉพาะสายการบินภายในประเทศ เป็นต้น ส่วนมาตรการการผ่อนคลายระยะที่ 4 ข้อกำาหนดฉบับที่ 10 ได้ยกเลิก
            มาตรการเคอร์ฟิวและให้ประชาชนสามารถดำาเนินกิจกรรมหรือกิจการเพิ่มเติม เช่น การเปิดสอนของโรงเรียนนานาชาติ
            และสถาบันกวดวิชา การอนุญาตให้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านอาหารทั่วไปและโรงแรมได้ตามที่กฎหมายกำาหนด

            แต่ไม่รวมผับบาร์ คาราโอเกะ การให้ศูนย์เด็กเล็กและสถานที่ดูแลผู้สูงอายุแบบรายวันเปิดให้บริการได้ เป็นต้น

                          ในเดือนสิงหาคม ข้อกำาหนดฉบับที่ 13 ได้ผ่อนคลายให้ประชาชนสามารถจัดกิจกรรมรวมกลุ่ม
            หรือการใช้สิทธิเพื่อการชุมนุมภายใต้ขอบเขตการใช้สิทธิและเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และการให้กิจการต่าง ๆ
            เปิดดำาเนินการได้ตามความสมัครใจและความพร้อม โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังคงต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรค
            ที่ทางราชการกำาหนด รวมทั้งการกำาหนดผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพิ่มเติม นอกจากนี้ ยังได้ดำาเนินการจัดหา

            วัคซีนป้องกันโรคโควิด 19 โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2563 อนุมัติจัดสรรงบประมาณรายจ่าย
            ประจำาปี 2563 งบกลาง รายการเงินสำารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำาเป็นวงเงิน 1,000,000,000 บาท ในลักษณะ
            เงินอุดหนุนให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติ โดยดำาเนินการที่สำาคัญ 2 ด้าน ได้แก่ 1) การนำาวัคซีนต้นแบบที่มีศักยภาพสูง

            จากต่างประเทศมาทดสอบในประเทศไทย และขอรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเพื่อการผลิต และ 2) พัฒนาวัคซีนต้นแบบ
            ในประเทศไทยตั้งแต่ต้นนำ้า โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติได้จัดทำาโครงการเตรียมความพร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี
            การผลิตวัคซีนโควิด 19 จากต่างประเทศ เพื่อเตรียมหน่วยผลิตวัคซีนในประเทศให้มีความพร้อมสำาหรับการผลิต




        42    คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
              National Human Rights Commission of Thailand
   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49